เรื่องแรกที่คุณต้องทำก็คือเข้าใจความต้องการของลูกค้า
คุณทราบหรือไม่ว่าทำไมลูกค้าจึงได้ซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ?
ราคาที่คุณตั้งไว้เหมาะสมแล้วหรือยัง? คุณใช้วิธีแบบง่ายๆอย่างการลดราคาลงร้อยละ
20 ถึง 30 เมื่อลูกค้าเริ่มหดหายหรือสินค้าคงคลังเพิ่มสูงขึ้นใช่หรือไม่?
คุณได้ตั้งเป้าเรื่องการตลาดหรือเป้ายอดขายในช่วง
12 เดือนข้างหน้าแล้วหรือยัง? คุณไม่จำเป็นต้องใช้กราฟที่หวือหวาหรือที่ปรึกษาค่าตัวแพงมาพัฒนาแผนการตลาดที่มีประสิทธิภาพให้คุณแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตามคุณจำเป็นต้องมีแผนอยู่ดี แผนงานทางการตลาดจะช่วยให้คุณมองเห็นแนวทางที่ถูกต้องและขั้นตอนการลงมือทำงานต่างๆได้
แผนการตลาดสามารถช่วยคุณ - แยกแยะว่าลูกค้ากลุ่มใดคือกลุ่มเป้าหมายที่ดีที่สุดของคุณ
- เปรียบเทียบข้อมูลของบริษัทกับข้อมูลของอุตสาหกรรมหรือตลาด
- คอยติดตามผลลัพธ์เพื่อที่คุณจะได้เรียนรู้ว่าอะไรที่ใช้ได้ผลบ้าง
ถ้าหากไม่มีแผน คุณอาจเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว
แต่คุณอาจไปไม่ถูกทิศทางก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้เราจึงอยากแนะนำขั้นตอน
5 ประการที่จะช่วยให้คุณสร้างแผนงานการตลาดที่ใช้งานได้อย่างแท้จริงขึ้นมาได้ ขั้นตอนที่
1: กำหนดจุดยืนของผลิตภัณฑ์้ เจ้าของธุรกิจจำนวนมากสับสนเกี่ยวกับการส่งเสริมการขาย
การโฆษณา และการประชาสัมพันธ์ กิจกรรมต่างๆเหล่านี้เป็นช่องทางในการแจ้งข่าวสารหรือโครงการต่างๆออกไป
ไม่ใช่การตลาดแต่อย่างใด การตลาดประกอบด้วยองค์ประกอบ
4P คือ - สินค้า (product): คุณมีสินค้าหรือบริการที่เหมาะสมกับตลาดแล้วหรือยัง
- ราคา (price): การขายสินค้าหรือบริการในปริมาณที่ทำให้กล่มลูกค้าเป้าหมายรู้สึกพอใจ
- การส่งเสริมการขาย (promotion):
การสร้างมุมมองที่เหมาะสมสำหรับช่องทางต่างๆ
อาทิเช่นสิ่งพิมพ์ (จดหมาย ใบปลิว โบรชัวร์
และโปสการ์ด) โฆษณาทางทีวีหรือวิทยุ โฆษณาในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสาร
โฆษณาออนไลน์และอื่นๆอีกมาก
- สถานที่ (place): ช่องทางการส่งสินค้าไปยังจุดที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายสามารถหาซื้อได้
ถ้าหากคุณเสนอสินค้าหรือบริการที่เหมาะสม ในราคาที่เหาะสม
ให้แก่ลูกค้าที่เหมาะสมได้ นั่นแสดงว่าคุณบรรลุเป้าหมายที่ต้องการแล้ว
คุณต้องจำเอาไว้เสมอว่ายอดขายในปริมาณมากๆไม่ใช่กุญแจสำคัญแต่อย่างใด
กำไรต่างหากคือกุญแจสำคัญ เป้าหมายของการทำตลาดก็คือการสร้างความสนใจที่นำไปสู่การขายที่ทำกำไรได้
ซึ่งนั่นก็คือเหตุผลที่เราต้องวางนโยบายขึ้นมา
คุณต้องการจัดส่งข่าวสารชี้ชวนไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
นอกจากนั้นคุณยังต้องการข่าวสารที่ให้สัญญาในสิ่งที่คุณสามารถจัดสรรให้แก่ลูกค้าได้อย่างแท้จริงเท่านั้นด้วย การทำสิ่งต่างๆเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้เงินเป็นจำนวนมากแต่อย่างใด
ตัวอย่างเช่นในโปรแกรม Microsoft
Office Publisher(ที่ให้มาพร้อมกับ
Microsoft Office Small Business Management
Edition 2006) คุณสามารถสร้างแผนการตลาดชั้นยอดขึ้นมาได้โดยง่าย
โดยใช้หนึ่งใน 40 ตัวอย่างชุดออกแบบหลัก (Master
Design Sets) เท่านั้นเอง จากนั้นสื่อโฆษณาชนิดต่างๆของคุณก็จะมีหน้าตาที่สอดคล้องกัน
นอกจากนั้นคุณยังสามารถดาวน์โหลดเท็มเพล็ตทางการตลาดจาก
Office Online Template Gallery มาใช้ได้ด้วย
โมเดลวิซาร์ดซึ่งใช้งานได้อย่างคล่องตัวจะช่วยให้คุณแก้ไขเทมเพล็ตเหล่านี้ให้สอดคล้องกับตราสินค้าของบริษัทของคุณได้อย่างรวดเร็ว
หรือใช้เครื่องมือออกแบบและวางเลย์เอาท์สมบูรณ์แบบ
Publisher เพื่อสร้างชิ้นงานที่มีหน้าตาลักษณะเฉพาะตัวขึ้นมาก็ได้ ขั้นตอนที่
2 พึ่งพาความรู้ของคนที่คุณเชื่อใจ ถ้าหากต้องการกำหนดแผนการตลาดที่เหมาะสมสำหรับบริษัทของคุณ
ให้คุณจัดประชุมระดมสมองร่วมกับที่ปรึกษาที่คุณไว้วางใจ
อาทิเช่นสมาชิกในครอบครัว เพื่อน พนักงาน หรือผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ
การประชุมอาจอยู่ในระหว่างการรับประทานอาหารกลางวันอย่างไม่เป็นทางการ
หรือจัดประชุมนอกสถานที่อย่างเป็นทางการก็ได้
สิ่งที่คุณต้องทำก็คือจงอยู่ห่างจากโทรศัพท์
และจงอย่าคาดหวังว่าจะได้ทุกอย่างจากการประชุมแค่ครั้งเดียว
โดยในระหว่างที่ทำการประชุม คุณต้องหาทางตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้ - คุณจะขายสินค้าให้ใคร?
- ลูกค้าเหล่านี้ต้องการอะไร?>
- อะไรที่ทำให้สินค้าหรือบริการของคุณแตกต่างจากคู่แข่ง?
- กลยุทธทางการตลาดอะไรที่ทำให้สินค้าเป็นที่สนใจ?
- จะทำการตลาดเมื่อไหร่และบ่อยครั้งขนาดไหน?
- อีกหนึ่งปีคุณอยากให้บริษัทมีสภาพเป็นอย่างไร?
คุณน่าจะพิจารณาจัดประชุมโดยแบ่งออกเป็นหัวข้อย่อยๆดังกล่าวข้างต้น
จากนั้นทำการกลั่นกรองแนวคิดและข้อเสนอที่ดีที่สุดออกมา
เริ่มต้นโดยการจดบันทึกลงไปในกระดาษ อธิบายสภาพและขนาดของตลาดของคุณ
การขายและช่องทางการจำหน่ายทำงานอย่างไร กลุ่มลุกค้าเป้าหมาย
(อายุ รายได้ ที่อยู่และรูปแบบการซื้อ) และสินค้าของคุณเทียบกับคู่แข่งแล้วเป็นอย่างไรบ้าง |