ขั้นตอนที่
3 รับฟังลูกค้า ขั้นต่อมา
คุณจำเป็นต้องทราบว่าลูกค้ามีปฏิกริยาต่อคุณภาพ
ราคา บริการ การส่งสินค้า ภาพพจน์ และตราสินค้าของคุณอย่างไรบ้าง
หรือกล่าวโดยสรุปก็คือมีปัจจัยอะไรบ้างที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขา การที่จะรู้ว่าลูกค้าคิดอย่างไร
คุณก็แค่ถามพวกเขาเท่านั้นเอง ทำการสำรวจความเห็นของลูกค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน
รวมทั้งลูกค้ากลุ่มใหม่ที่คุณต้องการเข้าถึง ทำการสอบถามทางโทรศัพท์ด้วยตนเองหรือส่งแบบสำรวจไปทางอีเมล์หรือไปรษณียบัตร
มีการแจกของรางวัลบางอย่างเพื่อกระตุ้นให้มีผู้ตอบแบบสอบถามมามากๆ
อาทิเช่นส่วนลดหรือตัวอย่างแจกฟรีเป็นต้น เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักรู้สึกแปลกใจเมื่อได้รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้า
ตัวอย่างเช่นบริษัทแห่งหนึ่งทราบจากแบบสอบถามว่ารีเซฟชันของตนพูดจาไม่ดีกับลูกค้าทางโทรศัพท์
คุณจะทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร ถ้าหากคุณไม่ได้ถามลูกค้า นำข้อมูลที่คุณได้รับมาทำการวิเคราะห์
SWOT ซึ่งเหมือนเป็นการชำแหละธุรกิจของคุณออกมาเป็นส่วนๆนั่นเอง - จุดแข็ง: อะไรที่ทำให้บริษัทของคุณประสบความสำเร็จ?
- จุดอ่อน: อะไรคือจุดอ่อนของคุณ
- โอกาส: สภาพตลาดแบบใดหรือตลาดเซกเมนท์ใดที่ช่วยให้บริษัทเติบโตได้?
- ภัยคุกคาม: คู่แข่งมีผลกับคุณมากน้อยเพียงใด?้
ขั้นตอนที่
4 ร่างแผนการขึ้นมา ในตอนนี้เมื่อคุณมีรายละเอียดของลูกค้าและสภาพของตลาดแล้ว
นั่นหมายความว่าคุณสามารถจัดทำแผนการตลาดขึ้นมาได้แล้ว
แผนการไม่จำเป็นต้องเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการ แต่ในแผนนี้อย่างน้อยต้องประกอบด้วยความเห็นที่ได้จากพนักงานหรือที่ปรึกษาภายนอก
รวมทั้งเตรียมเอาไว้ใช้อ้างอิงในภายหลังด้วย แผนการควรประกอบด้วย - สรุปสภาพตลาดและเป้าหมายของคุณ
- สิ่งที่คุณคาดว่าจะทำให้สำเร็จในช่วงเวลาที่กำหนด
(อาทิเช่น "เราจะขายอุปกรณ์ให้ได้ 150 เครื่องภายในไตรมาสที่สี่") - รายการของตลาดเป้าหมาย ซึ่งประกอบด้วยตลาดเซกเมนท์ต่างๆ
รวมทั้งตลาดเฉพาะทางด้วย
- นโยบายที่เหมาะสมสำหรับตลาดแต่ละเซกเมนท์
- ค่าใช้จ่ายและทรัพยากร รวมทั้งวิธีการจัดสรร
- ช่องทางการทำตลาด ตรงจุดนี้คุณต้องเลือกประเภทของสื่อที่ใช้ในการทำตลาดและกลไกที่ใช้แจกจ่ายสื่อดังกล่าว
เพื่อดึงดูดลูกค้าเป้าหมาย อาทิเช่นใบปลิว ไปรษณียบัตร
การทำตลาดทางอีเมล์ จดหมายข่าว เว็บไซต์และอื่นๆอีกมาก
- นโยบายในการแข่งขัน คุณจะรับมือกับคู่แข่งได้อย่างไร?
ตัวอย่างเช่น ถ้าหากคู่แข่งลดราคาสินค้าของตนเองลง
ขั้นตอนที่
5: ติดตามผลลัพธ์ ใส่การประเมินผลลงไปในแผนการของคุณด้วย
ใช้การวัดผลดังกล่าวเพื่อดูว่ากิจกรรมการตลาดของคุณได้ผลหรือไม่
หรือคุณควรคิดทบทวนแนวทางของคุณเสียใหม่้ คำนวณหมวดหมู่และค่าใช้จ่ายในการทำตลาดแต่ละช่องทาง
จากนั้นนำไปเปรียบเทียบกับการคาดการณ์เรื่องยอดขาย ถ้าหากคุณทำตลาดโดยใช้วิธีการส่งจดหมายออกไป
คุณสามารถตรวจสอบว่าแผนงานเป็นอย่างไรบ้างได้โดยการสร้างสเปรดชีทใน
Excel ซึ่งแจกแจงยอดสั่งซื้อแต่ละรายการเอาไว้ ซึ่งวิธีการนี้จำเป็นต้องระบุข้อมูลลูกค้าด้วย
(อาทิเช่นหมายเลขประจำตัวของลูกค้า) นอกจากนั้นคุณต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแผนการดำเนินงานหรือปฏิทินการทำตลาดลงไปด้วย
แผนการตลาดเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าหากคุณไม่ได้กำหนดความรับผิดชอบ
กำหนดเส้นตาย และกำหนดบุคคลที่ต้องรับผิดชอบแล้วละก็
แผนการตลาดจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ท้ายสุด
อย่ามัวหลงระเริงในชัยชนะของตนเอง ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ดังนั้นคุณต้องเตรียมตัวอยู่เสมอ คุณต้องทบทวนแผนการเป็นประจำทุกปีเพื่อดูว่าคุณจำเป็นตองปรับเปลี่ยนเป้าหมายใดๆหรือไม่ ศึกษาบทความเำิ่พิ่มเติมได้ที่นี่
5 easy steps to create a marketing plan |