ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ (คอมมูนิตี้) กลายเป็นช่องทางเก็งกำไรอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ส่วนตลาดหุ้นทั่วโลกไม่ต้องพูดถึง โต 'ยกแผง’ สำหรับทองคำ ก็มีแนวโน้มจะเดินต่อ แนวต้าน 'จับตา' อาจจะได้เห็น 1000 ออนซ์ แต่ติดตรงที่น้ำมันช่วงนี้ ทะยานขึ้น ราคาทองจึงสวิงไม่มาก แต่ก็รอเวลาจะใกล้เส้นชัยที่มองไว้ อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นไทย ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ ก็จะรับข่าวสารตลอดเวลา แต่ก็อดที่จะขอรู้ข่าววงในว่า เมื่อถึงเวลาขาลงจริงๆ จะเทขาย เพื่อรอฟันกำไร หรือหันไปลงทุนในพอร์ตตราสารหนี้ พันธบัตร และกองทุนต่างๆ ที่จะสนองผลตอบแทนสูงสุดได้อย่างไร 'อดิพงษ์' บอกว่า การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ภายใต้ความเสี่ยงต่ำยุคตลาดหุ้นผันผวน นอกจากนักลงทุนจะต้องฝึกฝนและเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด จนบางครั้งเขานิยามคนเหล่านี้เป็น ศิลปิน ที่ต้องใช้ศาสตร์ ศิลปะ เข้ามา mix & match จนเกิดเป็นความชำนาญ ซึ่งคำตอบในใจที่ว่านั้นคือ หุ้นกลุ่ม Turnaround ถามว่า ทำไมต้องลงที่หุ้นกลุ่มนี้ 'อดิพงษ์' อธิบายว่า หุ้นกลุ่มนี้ เป็นของถูกที่ใครหลายคนมองข้าม หรือไม่สนใจ แต่อยากให้ดูว่า บางที ของถูก แต่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นเก็งกำไรที่ใครหลายคนนิยมเล่นในหุ้นเก็งกำไร ภายใต้สถานการณ์ที่ประเมินยากมาก เรียกว่า ลงทุนคุ้มค่ากว่าจะเล่นเสี่ยง "มันไม่เป็นเพียง หุ้น Defensive Stock ที่ราคาถูก แต่ธรรมชาติของหุ้นพวกนี้ มักจะตอบแทนเจ้าของด้วยผลงานที่ดีซ่อนตัวอยู่ เรียกว่า บางคนมองข้ามไป เพราะจังหวะชีวิตของหุ้น พวกนี้ มักจะจะมีข่าวร้าย ก่อนจะออกมาดีในท้ายที่สุด" อดิพงษ์ กล่าว ง่ายๆ คือ ลักษณะการโงหัวขึ้นหุ้มกลุ่มนี้ จะพอดีกับช่วงเวลาของตัวหุ้น (LiveCycle) ที่รอกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ควรเลือกหุ้นที่ทนทานต่อแรงเสียดทาน ของเศรษฐกิจขาลงได้ดี ไม่ว่าตลาดหุ้นจะสวิง หรือทรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ เรียกว่า เกินคุ้ม!!! บทบาทหุ้นพวกนี้ เรียกว่า พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าตลาดหุ้นจะสวิง ขึ้น หรือลง เพราะวงจรชีวิตผ่านข่าวร้ายมาแล้ว มีแต่จะมีข่าวดี และถ้าหุ้นตัวไหนดีมากๆ นักลงทุนมองแล้ว ขานรับ ตัววิ่งคำสั่งซื้อจะมาจริงๆ เรียกว่า ถึงเวลาโกย ก็โกยจริงๆ |