บทความไอทีสำหรับธุรกิจ sme
หุ้น Turnaround น่าลงทุน ยุคหุ้นผันผวน
จากนิตยสาร Business.Com เดือนมิถุนายน 2552
หุ้น turnaround

กลายเป็นหนังคนละม้วน สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลก ที่วิ่งฉิวเกิน 40 เปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทย ที่ออกสตาร์ตจาก 380 จุดปลายปี 2551 ขึ้นมาสร้างจุดสูงที่ 579 จุด ปรับตัวสูงขึ้น 199 เปอร์เซ็นต์ เพียงช่วงเวลา 6 เดือน

ความร้อนแรงที่เกิดขึ้น หลายคนประเมินว่า ผ่านยุคตกสุดแล้ว แต่มุมมองส่วนใหญ่นักวิเคราะห์ ทั้งไทยและต่างประเทศ เชื่อลึกๆ ว่า เป็นเพียงภาพลวงตา เพราะ 'เนื้อแท้' ของเศรษฐกิจโลกส่วนใหญ่ ยังไม่ถูก 'กระเทาะ' ให้เห็นอัตราเติบโตอย่างแท้จริง ยกเว้น 'จีน'

ท่ามกลางการฟันธงของนักวิเคราะห์หลายแห่งว่า ตลาดหุ้นไทย อาจถึงเวลา "ขาลง" ไม่เกินไตรมาส 3 ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ (รายย่อย ซื้อสูงสุดระหว่างเดือนพฤษภาคม มูลค่ากว่า 2  แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 64 เปอร์เซ็นต์) ต่างเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ตกเป็น 'เบี้ยล่าง' กองทุนต่างชาติ ที่อาจเทกระหน่ำขาย หลังสถิติชี้ชัดว่า การขึ้นลักษณะหุ้น W-Shape ตรงกับตลาดหุ้นไทย เมื่อถึงจุดพีค และเดินต่อไม่ได้ ก็จะเทขาย แล้วเดินหาของเล่นที่ใหม่เรื่อยๆ ไป

สำหรับหนทางแก้ในมุมมอง 'อดิพงษ์ ภัทรวิกรม' รองประธานอาวุโส บล. เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ ที่บอกว่า หุ้นขึ้นมารอบนี้เป็นปรากฏการณ์ "หุ้นรีบาวด์" ที่รับอานิสงค์จากเงินยุโรปและอเมริกาที่ไหลเข้าสู่เอเชีย จากการเก็งกำไรของบรรดากองทุนให้เกิดวอลุ่มขนาดใหญ่ หลังเศรษฐกิจที่ยุโรป และอเมริกา ยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์

ทำให้ตลาดหุ้นในเอเชีย ร้อยละ 95 โตผกแผง ซึ่งนั่นไม่ได้เหนือการคาดการณ์ที่มองไว้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งลักษณะการเทรดวอลุ่มช่วงครึ่งปีแรก มองว่า ส่วนใหญ่เป็นเงินเก็งกำไรที่ไหลเข้า ในตลาดกองทุนน้ำมัน ที่วันนี้เราจะเห็นราคาที่ปรับตัวจาก 40 ดอลลาร์/บาร์เรล ขึ้นมาเกินกว่า 60 ดอลลาร์/บาร์เรล แล้ว และมีแนวโน้มจะเดินต่อ

ส่วนสินค้าโภคภัณฑ์ (คอมมูนิตี้) กลายเป็นช่องทางเก็งกำไรอันดับ 1 ของโลกไปแล้ว ส่วนตลาดหุ้นทั่วโลกไม่ต้องพูดถึง โต 'ยกแผง’ สำหรับทองคำ ก็มีแนวโน้มจะเดินต่อ แนวต้าน 'จับตา' อาจจะได้เห็น 1000 ออนซ์ แต่ติดตรงที่น้ำมันช่วงนี้ ทะยานขึ้น ราคาทองจึงสวิงไม่มาก แต่ก็รอเวลาจะใกล้เส้นชัยที่มองไว้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นการเคลื่อนตัวของตลาดหุ้นไทย ที่นักลงทุนส่วนใหญ่ ก็จะรับข่าวสารตลอดเวลา แต่ก็อดที่จะขอรู้ข่าววงในว่า เมื่อถึงเวลาขาลงจริงๆ จะเทขาย เพื่อรอฟันกำไร หรือหันไปลงทุนในพอร์ตตราสารหนี้ พันธบัตร และกองทุนต่างๆ ที่จะสนองผลตอบแทนสูงสุดได้อย่างไร

'อดิพงษ์' บอกว่า การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ภายใต้ความเสี่ยงต่ำยุคตลาดหุ้นผันผวน นอกจากนักลงทุนจะต้องฝึกฝนและเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด จนบางครั้งเขานิยามคนเหล่านี้เป็น ศิลปิน ที่ต้องใช้ศาสตร์ ศิลปะ เข้ามา mix & match จนเกิดเป็นความชำนาญ

ซึ่งคำตอบในใจที่ว่านั้นคือ หุ้นกลุ่ม Turnaround ถามว่า ทำไมต้องลงที่หุ้นกลุ่มนี้ 'อดิพงษ์' อธิบายว่า หุ้นกลุ่มนี้ เป็นของถูกที่ใครหลายคนมองข้าม หรือไม่สนใจ แต่อยากให้ดูว่า บางที ของถูก แต่ให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นเก็งกำไรที่ใครหลายคนนิยมเล่นในหุ้นเก็งกำไร ภายใต้สถานการณ์ที่ประเมินยากมาก เรียกว่า ลงทุนคุ้มค่ากว่าจะเล่นเสี่ยง

"มันไม่เป็นเพียง หุ้น Defensive Stock ที่ราคาถูก แต่ธรรมชาติของหุ้นพวกนี้ มักจะตอบแทนเจ้าของด้วยผลงานที่ดีซ่อนตัวอยู่ เรียกว่า บางคนมองข้ามไป เพราะจังหวะชีวิตของหุ้น พวกนี้ มักจะจะมีข่าวร้าย ก่อนจะออกมาดีในท้ายที่สุด" อดิพงษ์ กล่าว

ง่ายๆ คือ ลักษณะการโงหัวขึ้นหุ้มกลุ่มนี้ จะพอดีกับช่วงเวลาของตัวหุ้น (LiveCycle) ที่รอกลับมาดีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีนัก ควรเลือกหุ้นที่ทนทานต่อแรงเสียดทาน ของเศรษฐกิจขาลงได้ดี ไม่ว่าตลาดหุ้นจะสวิง หรือทรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้ เรียกว่า เกินคุ้ม!!!

บทบาทหุ้นพวกนี้ เรียกว่า พร้อมรับมือในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าตลาดหุ้นจะสวิง ขึ้น หรือลง เพราะวงจรชีวิตผ่านข่าวร้ายมาแล้ว มีแต่จะมีข่าวดี และถ้าหุ้นตัวไหนดีมากๆ นักลงทุนมองแล้ว  ขานรับ ตัววิ่งคำสั่งซื้อจะมาจริงๆ เรียกว่า ถึงเวลาโกย ก็โกยจริงๆ

ตัวอย่างที่เห็นชัดสุด และ 'อดิพงษ์' แนะนำให้จับตาคือ CPF จัดอยู่ในกลุ่มอาหาร ที่แสดงกำไรสุทธิไตรมาสที่ 1 ปีนี้ เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2551 เป็นจำนวน 319 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 71

ทั้งหมดเกิดจากวิชันองค์กร และมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจสัตว์น้ำทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนในภาพรวม

ส่วนอีกตัวกลุ่มพลังงาน ที่น่าจับตาคือ บางจาก กระทั่งหุ้น การบินไทย (THAI) ที่ไตรมาสแรก โชว์กำไรสุทธิ (Net Profit) สูงถึง 255 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มดีในอนาคต แม้ต้องเข้า แผนฟื้นฟู แต่ก็ประเมินว่า หุ้นตัวนี้ น่าเก็บไว้ 

หุ้นแบงก์บางตัว เช่น ทหารไทย ที่ 2 ปีก่อนขาดทุน แต่วันนี้ ที่เพิ่มทุนเข้าไป เชื่อว่า น่าจะดีเช่นกัน รวมถึงหุ้นสื่อสารบางตัว เช่น จัสมิน หรือ ทีทีแอนด์ที ก็มีแนวโน้มน่าจับตา เรียกว่า ซื้อถูก แต่ตอบแทนคุ้มค่า

หุ้น CPF

เมื่อมองถึงอนาคต หุ้นกลุ่มนี้ ยังมี 'Story' ให้จับตาต่อ ทั้งผลการดำเนินงานที่เชื่อว่า อย่างน้อยไม่มีขาดทุน เพราะผ่านจุดต่ำสุดของชีวิตมาแล้ว เพียงแต่จะตอบแทนน้อยหรือมาก ก็เท่านั้น

คุณสมบัติที่ว่า "ทนทาน ไม่ว่าวัฏจักรตลาดหุ้นจะขึ้นหรือลง เพียงแต่ใครจะมองเห็นก็เท่านั้น" อดิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย  

เพิ่มขีดความสามารถในการวิเคราะห์ธุรกิจ

Microsoft Dynamics AX

Microsoft Dynamics NAV

ค้นพบและบริหารลูกค้า

Microsoft Dynamics CRM

SQL Server 2008

โครงสร้างพื้นฐาน

Windows Small Business Server 2008 R2

Windows Server 2008 R2 Foundation

Microsoft Exchange Server 2010

Visual Studio Team System/Visual Studio 2008

Windows Server 2008

ประหยัดเวลาและช่วยจัดระบบ

Windows 7 Professional

Windows 7 Enterprise

Office Enterprise 2007

Office Professional 2007

Office Professional Plus 2007

Office Small Business 2007

Windows Mobile

Exchange Server 2007

ลดต้นทุนและความเสี่ยงทาง IT

System Center