จุดอับสัญญาณ ความเร็วที่ไม่ทันอกทันใจ รวมถึงปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย ได้เวลาเปลี่ยน ไวร์เลสเราเตอร์ของคุณหรือยัง แต่ก่อนอื่น ลองทำตามคำแนะนำเบื้องต้นต่อไปนี้ดูก่อน ดีไหม เผื่อจะแก้ปัญหาอันน่าปวดหัวของเราเตอร์ของคุณได้บ้างไม่มากก็น้อย เราเตอร์ที่ดี แต่มีปัญหาในบางครั้ง ไม่ได้หมาย ความว่ามันจะเป็นเราเตอร์ที่แย่เสมอไป เพียงแต่ มันอาจจะต้องการการเอาใจใส่บ้างเท่านั้นเอง สิ่งที่เราทั้งหลายต่างก็เคยพบมาก็คือ คุณกำลังเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ตด้วยบราวเซอร์ตัวเก่งของคุณอยู่ หรืออาจจะกำลัง เล่นเกมออนไลน์ที่น่าตื่นเต้นอยู่ หรือกำลังดูภาพวิดีโอที่ส่งมา ทางอินเทอร์เน็ตอยู่ แต่แล้วทันใดนั้น คุณก็รู้สึกเหมือนกับว่า กำลังปีนขึ้นภูเขาทั้งๆ ที่เท้าหนักแสนหนัก ราวกับเต็มไปด้วย ปูนซีเมนต์ที่กำลังจะแห้ง หรือพูดตรงๆ ก็คือ เราเตอร์ของคุณ ทำงานช้าลงจนแทบจะทำอะไรต่อไม่ได้นั่นเอง แน่นอนว่ามัน เป็นความรู้สึกที่ไม่ดีสักเท่าไรนัก และเมื่อมันเกิดขึ้น คุณก็อาจ จะรู้สึกว่าอยากขว้างเราเตอร์ของคุณทิ้งเลยทีเดียว อันที่จริงมันเป็นความรู้สึกที่พอจะเข้าใจได้ แต่การทำเช่นนั้น ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่ประการใด นอกจากจะทำให้ปัญหา บานปลายออกไป เพราะเราเตอร์อาจจะเป็นอุปกรณ์ที่มีราคา แพงถ้าจำเป็นต้องซื้อใหม่โดยไม่จำเป็น ดังนั้นเราจึงควรจะมา เรียนรู้เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เพื่อแก้ไขปัญหาอันน่าปวดหัวจาก เราเตอร์กันดีกว่า 1. มันทำงานช้ามากๆ ช้าจนคุณทำงาน ต่างๆ ไม่เสร็จเสียที ปัญหา : เราเตอร์ของคุณทำงานช้าเสียจนอยู่ในระดับที่ ไม่สามารถยอมรับได้ การแก้ปัญหา : มีปัจจัยอยู่ 2-3 ประการที่ทำให้เราเตอร์ช้า เราเตอร์ส่วนใหญ่ทำงานในย่านความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์ เช่นเดียว กับเตาอบไมโครเวฟ โทรศัพท์ไร้สาย ประตูรั้วอัตโนมัติ และ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นๆ อีกบางชนิด ดังนั้น คุณควร ตรวจดูว่าคุณได้เพิ่มปัจจัยรบกวนเข้าไปในย่านความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์บ้างหรือเปล่า เพราะนั่นอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของ ปัญหาได้ และถ้าใช่คุณก็ควรลองปิดอุปกรณ์ชนิดนั้นดู แล้วดู ซิว่าเราเตอร์ของคุณทำงานดีขึ้นหรือเปล่า แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าไม่มีการรบกวนจากอุปกรณ์ไฟฟ้าภายใน บ้านอย่างแน่นอน คุณอาจจำเป็นต้องรู้ไว้ว่าคลื่นความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์นั้นมีช่องสัญญาณให้ใช้จริงๆ เพียง 3 ช่องเท่านั้น นั่นคือ 1, 6 และ 11 แมว้ า่ คุณอาจจะเขา้ ใจวา่ มันมีชอ่ งสัญญาณ ให้ใช้ได้ถึง 11 ช่องก็ตาม ทว่าช่องสัญญาณที่เหลือจะเป็นส่วน ที่ทับซ้อนกันอยู่ ดังนั้นเพื่อนบ้านของคุณก็อาจจะกำลังใช้ช่อง สัญญาณช่องเดียวกับคุณอยู่ก็ได้ คุณสามารถเปลี่ยนช่องสัญญาณที่เราเตอร์ของคุณใช้อยู่ได้โดย การเข้าไปที่หน้า Setup ของเราเตอร์ของคุณ ซึ่งปกติจะเป็น โปรแกรมแบบ Browser-based ที่คุณสามารถเข้าไปได้ด้วย บราวเซอร์ในคอมพิวเตอร์ของคุณภายหลังจากที่คุณได้ทำการ ติดตั้งเราเตอร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในหน้า Setup นี้ คุณสามารถ เปลี่ยนค่าต่างๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง รวมทั้งช่องสัญญาณที่จะใช้ด้วย โดยค่าเริ่มต้นนั้น เราเตอร์แต่ละตัวที่มาจากโรงงานมัก จะถูกกำหนดมาให้ใช้ช่องสัญญาณเดียวกันเสมอ และนั่นก็ทำ ให้มันมักจะมีปัญหาเมื่อเอามาใช้งานใกล้ๆ กัน 
การเลือกช่องสัญญาณที่เหมาะสมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการ ทำงานให้กับเราเตอร์ได้ การแก้ปัญหาในอีกวิธีหนึ่งนั้น คุณสามารถหนีไปใช้งานคลื่น ความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ได้ โดยเราเตอร์บางรุ่นจะมีช่องสัญญาณ ที่ความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์อีก 23 ช่องให้เลือกใช้ ซึ่งในปัจจุบัน ก็ไม่ค่อยมีใครใช้คลื่นความถี่นี้สักเท่าไรนัก ดังนั้น ขอให้คุณอย่าได้มองข้ามเราเตอร์แบบ Dual-band ที่ใช้ งานได้ทั้งความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตช์และ 5 กิกะเฮิรตช์ในเวลาเดียว กัน เราเตอร์ชนิดนี้อาจจะเสียเงินมากกว่าปกติสักหน่อย แต่คุณ ก็จะได้เราเตอร์ที่พร้อมสำหรับการทำงานด้วยช่องสัญญาณที่ มากกว่ากัน ซึ่งผู้ค้าเราเตอร์ส่วนใหญ่ก็มักจะมีเราเตอร์ชนิดนี้ให้ คุณได้เลือกใช้อยู่แล้ว อัพเกรด Firmware ของคุณ
การอัพเกรด Firmware เป็นวิธีการที่คุณควรจะเลือกเป็นหนทาง สุดท้ายในการแก้ปัญหาเราเตอร์ทำงานช้า เนื่องจากการอัพเกรด Firmware นั้นอาจทำให้คุณประสาทเสียได้ อย่างไรก็ตาม ถ้า จำเป็นต้องทำ ขั้นตอนโดยทั่วไปก็คือ : 
- เข้าไปยังเว็บไซต์ของเราเตอร์รุ่นนั้นๆ แล้วมองหา Firmware เวอร์ชันใหม่เพื่อดาวน์โหลดกลับมา (ถ้าคุณมี Setup Utility ติดตั้งอยู่ก่อนแล้ว คุณสามารถทำการเปรียบเทียบเวอร์ชัน ระหว่าง Firmware ที่คุณมีอยู่กับ Firmware เวอร์ชันใหม่ล่าสุดได้)
- เมื่อคุณดาวน์โหลด Firmware เวอร์ชันใหม่มายังเครื่อง คอมพิวเตอร์ของคุณแล้ว ให้กลับไปยังหน้า Setup เพื่อมองหา ส่วนของ Management Section แล้วทำตามคำแนะนำในส่วน นั้นเพื่อติดตั้ง Firmware เวอร์ชันใหม่
2. มันทำงานช้ามาก จนคุณไม่สามารถ เล่นเกมได้ ปัญหา : คุณพยายามเล่นเกมกับลูกๆ ของคุณที่อยู่บนบ้าน แต่เราเตอร์ของคุณทำงานช้าเสียจนสุดแสนจะทรมาน การแก้ปัญหา : มีเหตุผลอยู่ 2-3 ประการที่ทำให้เหตุการณ์ ลักษณะนี้เกิดขึ้น นั่นคือ อาจจะมีผู้เล่นเกมจำนวนมากเกินไป หรืออาจจะมีการใช้คลื่นความถี่ 2.5 กิกะเฮิรตซ์หนาแน่นเกินไป หรือเราเตอร์ที่คุณใช้อาจจะไม่เหมาะสำหรับการเล่นเกมก็เป็นได้ เราได้พูดถึงเราเตอร์บางรุ่นกันไปบ้างแล้ว แต่นอกจากนี้ยังมี เราเตอร์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับนักเล่นเกมโดยเฉพาะ อีกด้วย หรืออย่างน้อยก็เหมาะสำหรับการเล่นเกมมากกว่ารุ่น อื่นๆ อีกทั้งการมาถึงของมาตรฐาน 802.11n ซึ่งแม้จะยังอยู่ ในขั้น Draft 2.0 ก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่ามันจะช่วยบรรเทา ปัญหาของการเล่นเกมลงไปได้อันเนื่องมาจากความเร็วของมัน ถ้าลูกๆ ของคุณยังคงตีโพยตีพายไม่พอใจกับการที่ไม่ได้เล่นเกม ให้สมใจอยากอยู่แล้วล่ะก็ อาจถึงเวลาที่จะต้องอัพเกรดมาใช้ เราเตอร์มาตรฐาน 802.11n แล้ว 3. คุณเข้าหน้า Setting ไม่ได้ ปัญหา : คุณทำรหัสผ่านสำหรับเข้าเราเตอร์หาย หรือจำรหัสผ่านไม่ได้แล้ว การแก้ปัญหา : แน่นอนว่าคุณพบกับความยุ่งยากเข้าแล้ว แต่มันก็อาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คุณคิดเอาไว้ก็ได้ ปัญหาดังกล่าว เป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่ได้จดชื่อ ผู้ใช้และรหัสผ่านเอาไว้ หรือจดเอาไว้แล้ว แต่เก็บเอาไว้ไม่ดี เราเตอร์ส่วนใหญ่มีปุ่ม Reset ซ่อนอยู่ด้านหลังเครื่อง ซึ่ง บางครั้งอาจมีเส้นวงกลมสีแดงล้อมรอบปุ่มนั้น แต่ส่วนใหญ่ จะเป็นเพียงรูที่มีขนาดเล็กมาก ซึ่งคุณต้องใช้วัตถุปลายแหลม (เช่น ปลายดินสอ เป็นต้น) แหย่เข้าไปเพื่อกดปุ่ม Reset ซึ่ง โดยทั่วไปคงต้องกดค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที อย่างไรก็ตาม อย่าได้สับสนระหว่างปุ่ม Reset กับปุ่ม Wi-Fi Protected Setup (WPS) ที่มักจะมีข้อความระบุไว้ชัดเจน และมักอยู่ที่ด้านหน้าตัวเครื่อง ข้อดีของวิธีการนี้ก็คือ คุณจะสามารถเข้า เราเตอร์ของคุณได้อย่างแน่นอน แต่ข้อเสียก็คือค่า Setting ต่างๆ ที่คุณเคยเซตไว้จะหายไปหมด และมันจะ กลับไปสู่ค่า Default Setting ที่มาจากโรงงาน จากนั้นให้คุณ เปิดดูคู่มือเพื่อหา Username และ Password ที่เป็นค่าเริ่มต้น ที่มาจากโรงงาน แต่ถ้าหากคู่มือไม่อยู่แล้ว Username และ Password ที่เราเตอร์ส่วนใหญ่จะใช้ก็คือ admin/password หรือไม่ก็ admin/admin 4. เราเตอร์ของคุณกินไฟมาก ปัญหา : เราเตอร์ของคุณทำงาน 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ ดังนั้น มันจึงกินไฟตลอดเวลา การแก้ปัญหา : ต้องเข้าใจว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกอย่างต่างก็กิน ไฟทั้งนั้น แต่บางอย่างมันก็เป็นเรื่องจำเป็น หากคุณอยู่ในวิสัยที่จะเลือกซื้อเราเตอร์ที่มีประสิทธิภาพในการ ใช้พลังงานได้ ก็ควรเลือกซื้อเราเตอร์ชนิดนั้น คุณได้มีการเซตอัพ วินโดวส์ ให้เช็กอัพเดตอย่างสม่ำเสมอในตอนที่คุณไม่ได้ใช้งาน คอมพิวเตอร์บ้างหรือเปล่า หรือคุณมีซอฟต์แวร์อื่นๆ ที่คอยสแกน เพื่อการอัพเดตอะไรบางอย่างบ้างหรือไม่ เช่น Windows Media Center เป็นต้น โปรแกรมชนิดนี้จะคอยอัพเดตตลอดเวลา เช่นเดียว กับโปรแกรมป้องกันไวรัสและโปรแกรมอื่นๆ อีกมากมายหลาย ชนิด แน่นอนว่าเราอยู่ในโลกของการออนไลน์ ทั้งวันและทุกๆ วัน ซึ่งนั่นก็ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้พลังงานกันตลอด 24 ชั่วโมง และถ้าหากคุณไม่สามารถเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต เมื่อใด แผนงานต่างๆ ก็อาจจะไม่สำเร็จตามที่วางไว้ก็เป็นได้ สิ่งที่ควรทำก็คือ ควรสร้างนิสัยปิดอุปกรณ์ต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้เสีย เพื่อเป็นการประหยัด และวิธีการง่ายๆ อีกวิธีหนึ่งก็คือ ให้ เสียบสายไฟของเครื่องคอมพิวเตอร์และเครื่องพิมพ์เอาไว้ที่ปลั๊ก รางสักชุดหนึ่ง แล้วต่อปลั๊กรางนั้นเข้ากับเครื่องตั้งเวลา (timer switch) อีกทีหนึ่ง จากนั้นตั้งเวลาให้ทุกอย่างหยุดทำงานในช่วง กลางคืนที่คุณไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นแล้ว (ตั้งโปรแกรม อัพเดตต่างๆ ให้ทำงานในช่วงที่ระบบยังคงทำงานอยู่) และต้อง แน่ใจว่าคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ ของคุณจะ Shut Down ได้อย่างถูกวิธีในแต่ละคืน แน่นอนว่าในระยะสั้นวิธีการเช่นนี้ อาจจะช่วยประหยัดได้ไม่มากสักเท่าไรนัก แต่ถ้าในระยะยาว แล้วมันก็คิดเป็นเงินได้มากพอดู 5. จุดอับสัญญาณ ปัญหา : คุณพบกับจุดอับสัญญาณภายในบ้านคุณ ซึ่งนั่นหมายความว่า เราเตอร์ 802.11g ของคุณทำงานได้ ไม่น่าเชื่อถือพอ การแก้ปัญหา : ถ้าหากคุณยังไม่ได้ใช้เราเตอร์ 802.11n นี่อาจถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแล้ว จริงอยู่ที่ 802.11n ยังไม่เป็น ที่สิ้นสุดในแง่ของข้อกำหนดต่างๆ แต่ในแง่ของฮาร์ดแวร์แล้ว ก็ถือว่ามีความลงตัวและเป็นมาตรฐานพอสมควร และถ้าจะมี อะไรเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมไปจากนี้ ก็คงจะต้องมี Firmware ออก มาให้อัพเกรดในภายหลังอย่างแน่นอน คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วทำไม่จะต้องเป็น 802.11n ด้วย โดยหลักๆ แล้วมาตรฐานใหม่นี้จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ เรียกว่า MIMO (Multiple Input Multiple Output) ที่ทำให้เรา เตอร์สามารถรับส่งสัญญาณหลายๆ สัญญาณได้พร้อมๆ กัน นั่นเอง ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เราเตอร์ทำงานได้เร็วขึ้นอย่าง ไม่ต้องสงสัย โดยปกติแล้วเมื่อสัญญาณข้อมูลถูกส่งมาถึงจุดอับสัญญาณ สัญญาณจะถูกสะท้อนกลับไปกลับมาระหว่างพื้น เพดาน ฝาผนัง และสิ่งกีดขวางต่างๆ ที่อยู่ในบริเวณนั้น เพื่อพยายาม สื่อสารกับเราเตอร์ให้ได้ตามปกติ แต่สำหรับเราเตอร์ที่มาพร้อม กับเทคโนโลยี MIMO นั้น มันจะรวบรวมสัญญาณเหล่านั้นเข้า มาเพื่อทำการปะติดปะต่อกัน แล้วทำการเปรียบเทียบค่าต่างๆ เพื่อเติมเต็มสัญญาณที่ขาดหายไปให้เป็นปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มันจะให้ผลดีกว่าปล่อยให้สัญญาณตกๆ หล่นๆ หรือขาดหาย ไปในแบบที่คุณพบในเราเตอร์ 802.11b และ 802.11g 6. ไม่มีสัญญาณ Wi-Fi ปัญหา : ที่ทำงานของคุณอยู่ไกลจากเราเตอร์ เกินกว่าที่สัญญาณ Wi-Fi จะส่งไปถึง การแก้ปัญหา : วิธีการแก้ปัญหาที่ง่ายและตรงไปตรงมาที่สุด ก็คือใช้สาย CAT 5e เชื่อมต่อระหว่างจุดที่คุณทำงานกับ เราเตอร์ แต่แน่นอนว่าวิธีการนี้อาจไม่เหมาะสำหรับหลายๆ คน ที่อาจจะไม่พร้อมที่จะลงทุนด้านสาย หรือไม่มีความรู้พอที่จะ ทำได้ด้วยตัวเอง สำหรับผู้ที่เช่าสำนักงานของผู้อื่นอยู่นั้น อาจจะพบกับปัญหา ดังกล่าวหนักขึ้นไปอีก เพราะเจ้าของตัวอาคารอาจจะไม่ยอมให้ คุณเจาะผนังหรือเพดานของเขาก็ได้ ซึ่งถ้าคุณพบปัญหาเช่นนี้ แล้วล่ะก็ ยังมีอีกทางหนึ่งก็คือการใช้ระบบเครือข่ายผ่านสาย ไฟฟ้า (Network Over Powerline) นั่นเอง ถ้าหากคุณไม่คุ้นเคยกับการใช้งานระบบเครือข่ายผ่านสาย ไฟฟ้ามาก่อน คุณก็ไม่จำเป็นต้องตกใจ เพราะการใช้งานนั้นง่าย มาก เพียงคุณมีอะแดปเตอร์ 2 อันเท่านั้น อันหนึ่งคุณเสียบเข้า กับปลั๊กไฟภายในบ้านหรือออฟฟิศ ที่อยู่ใกล้ๆ กับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์ที่คุณต้องการจะเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่าย ส่วน อะแดปเตอร์อีกอันหนึ่งก็ให้คุณเสียบเข้ากับเต้าเสียบไฟฟ้าที่อยู่ ใกล้กับเราเตอร์ของคุณ เมื่อทำการเสียบอะแดปเตอร์ตามวิธีการดังกล่าวแล้ว โดยปกติ แล้วอะแอปเตอร์จะเริ่มมองหาซึ่งกันและกันเอง และเมื่อมันมอง เห็นกัน มันก็จะเริ่มสื่อสารกัน และหลังจากนั้นคุณก็เพียงต่อ คอมพิวเตอร์ของคุณเข้ากับอะแดปเตอร์อันหนึ่ง แล้วต่อเราเตอร์ ของคุณเข้ากับอะแดปเตอร์อีกอันหนึ่งเท่านั้น เพียงแค่นี้คุณ ก็สร้างเครือข่ายได้สำเร็จแล้ว ซึ่งอันที่จริงแล้ว อะแดปเตอร์ ทั้งสองได้ทำหน้าที่เปลี่ยนสายไฟฟ้าภายในบ้านของคุณให้กลาย เป็นสาย CAT 5e ที่สามารถรับส่งสัญญาณข้อมูลได้นั่นเอง แน่นอนว่าที่อธิบายมาดูเหมือนว่ามันจะง่ายเกินจริงไปสักหน่อย เพราะในบางกรณีนั้น แม้ว่าจะมีการโฆษณาว่าความเร็วที่ได้ จะเร็วถึง 300 เมกะบิตต่อวินาทีก็ตาม แต่ความเร็วที่ได้จริงๆ อาจจะอยู่แถวๆ 54 เมกะบิตต่อวินาทีซึ่งเป็นความเร็วของ 802.11g เท่านั้น และบางครั้งอาจจะแย่ถึงขึ้นว่ามันใช้งานไม่ ได้เลยทีเดียว อัตราความเร็วในการรับส่งสัญญาณที่จะได้นั้น จะขึ้นอยู่กับ สภาพของสายไฟฟ้าภายในบ้านคุณเป็นสำคัญ นั่นคือ สายยิ่งเก่า เท่าไร ยิ่งมีแนวโน้มจะได้สัญญาณที่ช้ามากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ยังเกี่ยวกับโหลดต่างๆ ที่ใช้งานสายไฟฟ้านั้นๆ อยู่ด้วย 7. ไม่มี Internet Connection ปัญหา : คุณเพิ่งย้ายเราเตอร์และโมเด็มมายังที่ใหม่ และแล้ววินโดวส์ก็บอกกับคุณว่า คุณมีแต่ Local Connection และคุณไม่สามารถเข้าอินเทอร์เน็ตได้ การแก้ปัญหา : คุณควรจะจัดระเบียบโทโพโลยีของเครือข่าย เสียใหม่ เพื่อให้การใช้งานทั้งแบบใช้สายและไร้สายเป็นไปด้วยดี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่ทำงานได้อยู่แล้ว อาจจะส่งผลบางอย่างที่ไม่ได้ตั้งใจตามมาในภายหลังก็ได้ สมมุติว่าทุกๆ อย่างเสียบอยู่อย่างที่มันเคยเป็น และเราเตอร์ ของคุณก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ในตอนนี้คุณสามารถเชื่อมต่อกับ Local Connection ได้ แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับ Internet Connection ได้ ปัญหาดังกล่าวอาจจะอยู่ที่โมเด็มของคุณก็ได้ ดังนั้น ควรลองตรวจเช็กการทำงานของโมเด็มของคุณเสียใหม่ เพื่อให้แน่ใจว่ามันทำงานได้เป็นปกติ
|