 | การวิเคราะห์ถ้อยแถลงและสุนทรพจน์ ของประธานาธิบดีบารัก โอบามา ถึงการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ ของมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน พบว่า โอบามา กำลังเผยถึง รูปร่าง เศรษฐกิจทุนนิยมแบบที่ผู้นำสหรัฐฯ ต้องการให้เกิดขึ้นในสังคมชาวอเมริกัน โอบามาไม่ต้องการให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ เจริญรุ่งเรืองบนพื้นฐานจากการบริโภค อันเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมืองพญาอินทรีย์มาเป็นเวลานาน ประธานาธิบดีสหรัฐฯกล่าวเร่งเร้าให้คนอเมริกันหันมาลงทุนและออมเงินมากขึ้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวในตอนหนึ่งว่า เขาต้องการให้มีการกระจายรายได้สู่ ชนชั้นกลางมากขึ้นและจะเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่ให้เป็นตลาดในการ สร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศอื่น และจะบริหารเศรษฐกิจโดยให้มี การชี้นำจากรัฐบาลมากขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงในระบบตลาดเสรี สุนทรพจน์ของโอบามาได้วางรากฐานแนวความคิดทางเศรษฐกิจใหม่โดย วิเคราะห์อดีตว่าตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ระบบทุนนิยมเสรีในสังคม ประชาธิปไตยของอเมริกา เป็นปราการสำคัญในการต่อสู้กับระบบเผด็จ คอมมิวนิสต์ที่รวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลางทุกด้าน สองทศวรรษหลังจากที่กำแพงเบอร์ลินถูกพังทลายพร้อมกับความพ่ายแพ้ของ ระบบเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ของคอมมิวนิสต์ โมเดลทุนนิยมเสรีของอเมริกัน แพร่ขยายครอบงำไปทั่วโลกโดยไม่มีระบบใดมาเทียบเคียงได้ และในที่สุดก็ ปล่อยให้เกิดความเสรีของตลาดแบบสุดขั้วจนกลายเป็นวิกฤตของอเมริกาและ ของโลก |
สิ่งที่โอบามาและที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของเขากำลังก่อให้เป็นรูปร่างขึ้นมา คือ การขึ้นต้นบทใหม่ของทุนนิยมแบบอเมริกาที่ไม่ใช่แบบเดิม โอบามาพูดว่า “เราจะสร้างเศรษฐกิจขึ้นใหม่โดยใช้ทรายกองเดิมคงไม่ได้” นสพ. นิวยอร์คไทม์ ระบุว่าที่ปรึกษาเศรษฐกิจของโอบามาพยายามแจงให้เห็น ว่าต้นเหตุของวิกฤตเศรษฐกิจอเมริกา เกิดจาก การให้วิศวกรรมการเงินเป็นตัว ผลักดันความเจริญทางด้านเศรษฐกิจมากเกินไป การให้คนร่ำรวยสามารถกอบโกยผลประโยชน์ได้โดยไม่อั้น และพึ่งพาเงินกู้จากต่างประเทศมาใช้หนี้ใน ประเทศมากเกินเหตุ ที่ปรึกษาของโอบามา กล่าวว่าสิ่งที่โอบามาต้องการเห็นคือการเติบโตของ เศรษฐกิจในรอบใหม่ที่มีเสถียรภาพมากกว่าเดิม แนวความคิดของโอบามา ทำให้กลุ่มอนุรักษ์นิยมในอเมริกา ต่อต้านและ ชี้ว่าเป็นแนวทางเศรษฐกิจของพวกฝ่ายซ้าย แต่ย อาร์เธอร์ ซี. บรูกส์ ประธาน ของสถาบัน อเมริกันเอ็นเทอร์ไพรส์อินสติติว ซึ่งเป็นหน่วยงานวิจัยฝ่ายอนุรักษ์ นิยมให้สัมภาษณ์นิวยอร์กไทม์ว่า สิ่งที่โอบามาอยากได้น่าจะเป็นระบบ ประชาธิปไตยแบบประเทศในยุโรปที่ไม่ใช้ระบบตลาดเสรีเต็มที่ ไม่ใช่พวกซ้าย โรเบิร์ต ไรช์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานในรัฐบาลสมัยบิลล์ คลินตันระบุว่า โอบามาโนมิกส์ เป็นทัศนะที่กล้าหาญ เป็นสิ่งที่อเมริกาจะต้องทำ แต่ก็เป็นห่วง ว่าการปฏิบัติงานของโอบามา อาจจะไม่ถึงขั้นที่จะแก้วิกฤตอันยิ่งใหญ่ที่อเมริกา กำลังประสบอยู่ได้ ประธานาธิบดีโอบามาเองก็ยังต้องการให้ระบบตลาดเสรีผลักดันกลไกทาง เศรษฐกิจหลายเรื่องในอเมริกา เขาให้สัมภาษณ์สื่อในยุโรปเพื่อตอบคำถาม เรื่องการเสื่อมสลายของระบบทุนนิยมแบบอเมริกันว่า เขายังเชื่อในพลัง ตลาดเสรีในการสร้างนวัตกรรมใหม่และความมั่งคั่ง และความจำเป็นที่จะ ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวเพื่อให้มาตรฐานการครองชีพของประชาชนดีขึ้น สิ่งที่ท้าทายที่สุดสำหรับโอบามา และมีผลกระทบมากที่สุดต่อประเทศใน เอเชียคือ ความต้องการให้เกิดการบริโภค ไม่ใช่กลไกสำคัญในการผลักดัน เศรษฐกิจอเมริกัน โดยให้คนอเมริกาบริโภคน้อยลง ลงทุน ออมเงินและส่ง สินค้าไปขายต่างประเทศมากขึ้น ประเทศในเอเชียคงไม่สบายใจกับแนวคิด โอบามาโนมิกส์ นัก เนื่องจาก อเมริกาได้ส่งสัญญาณแล้วว่า จะไม่เปิดประเทศเพื่อให้ประเทศอื่น ใช้เป็น ตลาดสร้างความเจริญรุ่งเรืองให้กับตนเองอีกต่อไป ถึงแม้โอบามาจะไม่พูด ถึงเรื่องค่าเงินและวิธีทำการค้าของจีนและประเทศในเอเชียที่ทำให้โรงงานใน อเมริกาเสียเปรียบ แต่เป็นที่รู้กันว่ารัฐบาลอเมริกันคงจะทำทุกวิถีทางใน อนาคตที่จะส่งสินค้าออกไปขายมากขึ้นและนำเข้าน้อยลง ประเทศในเอเชีย คงต้องเฝ้าติดตาม “โอบามาโนมิกส์” แบบตาไม่กระพริบ พร้อมทั้งหาทฤษฎีใหม่ ๆ มาสร้างความมั่งคั่งให้แก่ประเทศ แคมเปญ Change ของโอบามา คงไม่ Change แค่อเมริกา สงสัยคง Change กันไปทั่วโลกทีเดียว!!!! 
|