6 วิธีสร้างความน่าเชื่อถือและพัฒนาการตลาดของคุณ
 

 Business Resources and Articles

 
  • มิ.ย.
    18
    20
    12

    6 วิธีสร้างความน่าเชื่อถือและพัฒนาการตลาดของคุณ

    System Account
    19:57 PM
    Header_1_Feb.png

    6 วิธีสร้างความน่าเชื่อถือและพัฒนาการตลาดของคุณ

     

    Author1_Feb.png

    โดย โจแอนนา แอล ครอทส์
     
    โจแอนนา แอล ครอทส์ เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการตลาดและการจัดการธุรกิจขนาดเล็ก นอกจากนี้ยังเป็นผู้แต่งร่วมในหนังสือ "Microsoft Small Business Kit" และเป็นผู้ดำเนินการบริษัท Muse2Muse Productions ซึ่งเป็นสำนักพิมพ์จัดพิมพ์เนื้อหาตามลูกค้าต้องการในเมืองนิวยอร์คซิตี้
     
    ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาถือเป็นช่วงเวลาที่เกิดเรื่องเลวร้ายต่างๆ  “ผู้บริโภครู้สึกอ่อนล้ากับความตึงเครียดจากความวุ่นวายต่างๆ ที่เกิดขึ้นในโลกของเรา” ชาร์ลี เอลเบอร์สัน ประธานบริษัทเอลเบอร์สันพาร์ทเนอร์ ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งในเมืองชาร์ลอตต์ กรุงนิวยอร์คซิตี้ได้กล่าวไว้  “ชาวอเมริกันกำลังต้องการสิ่งที่พวกเขาสามารถเชื่อถือได้ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีที่ผู้ผลิตจะสามารถหาวิธีเอาชนะใจผู้บริโภคได้”
     
    คุณต้องเน้นวิธีการที่จะแสดงให้ผู้บริโภคเห็นว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบนโลกนี้ก็ตาม อย่างน้อยคุณก็ยังสามารถเป็นที่เชื่อถือได้  และที่คุณต้องไม่ลืมคือ ความน่าเชื่อถือ เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเสกปั้นขึ้นมาได้  คุณต้องซื่อสัตย์กับคำพูดและการกระทำของคุณ  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายแต่อย่างใดที่จะรับฟังคำแนะนำจากผู้อื่นบ้าง
    และหากคุณไม่อยากหยุดนิ่งอยู่กับที่ เราอยากให้คุณลองศึกษา 6 วิธีที่จะสร้างความน่าเชื่อถือที่ได้ผลเกินคาดนี้
     
     
    Hands_Feb.jpg
    1. รักษาคำมั่นสัญญา  
    องค์กรต่างๆ มักจะเสนอบริการที่หลากหลาย แต่มีไม่กี่แห่งที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวให้สำเร็จลุล่วง  ถ้าคุณสัญญาว่าจะทำอะไรแต่ไม่สามารถทำตามนั้นได้ คุณกำลังทำธุรกิจที่เสี่ยงต่อการสูญเสียลูกค้าได้ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไร เพราะสุดท้ายแล้วลูกค้าจะไม่เชื่อถือสิ่งที่คุณพูดหรือเสนอให้  การผิดสัญญาไม่เพียงแต่จะทำให้สูญเสียทรัพยากรในการทำงานเท่านั้น แต่ยังทำลายคุณค่าตราสินค้าหรือแบรนด์นั้นๆ ด้วย   ถ้าคุณต้องการส่วนแบ่งตลาด จงใช้ความคิดอย่างสร้างสรรค์ว่าคุณสามารถรับประกันสิ่งใดได้บ้าง ซึ่งจุดนี้จะทำให้คุณโดดเด่นกว่าผู้คู่แข่ง    ชาร์รอน เซ็นเทอร์ ที่ปรึกษาทางการตลาดแห่งเมืองเมอร์ริแมค รัฐแมสซาชูเซตส์แนะนำว่า  “จงบอกกับลูกค้าว่าคุณจะตอบทุกคำถามภายใน 12 ชั่วโมง หรือบอกไปว่าจะดำเนินการตามการนัดหมายให้ตรงเวลา  ให้บอกข้อเท็จจริงบางอย่างที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่ง และทำเช่นนั้นต่อไปเรื่อยๆ”
     
    2. ระวังเรื่องการใช้ภาษา 
     
    อุปกรณ์ใหม่ๆ ที่เลิศเลอของคุณไม่สามารถ “ปฏิวัติ” ธุรกิจ หรือ “เปลี่ยนแปลง” ชีวิตได้  ซึ่งเราก็รู้กันดีอยู่ว่าผู้บริโภคเบื่อหน่ายกับการตลาดแบบวงกว้าง เพราะพวกเขาเห็นและได้ยินมาหมดแล้ว  ตอนนี้การตลาดต้องเป็นแบบง่ายๆ และตรงประเด็น    วินเทอร์ โปรแซปพีโอ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของร้านแฟรนไชส์ดูแลเส้นผม Sports Clips เมืองจอร์จทาวน์ รัฐเท็กซัสได้แนะนำว่า  “จงใช้คำและข้อความที่ตรงประเด็น   ไม่ว่าจะเป็นการขายแบบซื้อหนึ่งได้ถึงสอง  หรือผ่อนศูนย์เปอร์เซ็นต์    ขอให้เน้นเรื่องภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นสำคัญ   วินเทอร์ยังกล่าวอีกว่า คุณอาจใช้อารมณ์ขันเพื่อสร้างความเชื่อถือได้  ซึ่งถ้าไม่ได้เป็นการนอกเรื่องและสามารถทำให้ลูกค้าจดจำคุณได้เพราะ  “อารมณ์ขันสามารถลดความเคลือบแคลงใจได้”
     
    Businessman_Feb.jpg
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
    3. สร้างสัมพันธภาพ 
     
    ในแต่ละอุตสาหกรรมต่างก็มีวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างสัมพันธภาพกับลูกค้าที่ไม่เหมือนกัน  แต่เทคโนโลยีได้ช่วยให้คุณมีทางเลือกมากขึ้น   ตัวอย่างเช่นในสหรัฐมี พรบ. จดหมายล่อลวงทางอีเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ ที่ช่วยในการคัดกรองและทำให้การทำตลาดทางอีเมลในปัจจุบันมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อรักษาและตอบแทนลูกค้าชั้นดี  กล่าวคือ สามารถสร้างความน่าเชื่อถือได้ (เริ่มมีการหาลูกค้าใหม่โดยการส่งจดหมายทางตรง)   เพียงมีเว็บไซต์ที่มีการป้องกันพาสเวิร์ดและของรางวัล ก็สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ดีที่สุดของคุณได้ โดยคุณไม่จำเป็นต้องประกาศให้ลูกค้าทราบว่าคุณใส่ใจมากเพียงใด   เพียงแค่ส่งข้อความขอบคุณเป็นการส่วนตัว  โทรศัพท์หาลูกค้าชั้นดีเพื่อพูดคุยเรื่องสัญญาและการขายต่างๆ  และอย่าละเลยลูกค้าดังกล่าว  แค่นี้ก็สามารถซื้อใจลูกค้าได้   สตีฟ แมคคี ประธานบริษัท McKee Wallwork Henderson ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาในเมืองอัลเบอร์เคอกี รัฐนิวเม็กซิโก กล่าวว่า “สัมพันธภาพคือการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน หมายความว่า ฉันจะบอกความลับกับคุณถ้าคุณบอกฉันก่อน”  แมคคียังกล่าวอีกว่า มีสุภาษิตในแวดวงโฆษณากล่าวไว้ว่า  ถ้าคุณยอมรับในสิ่งไม่ดี คุณก็จะได้สิ่งที่ดีกลับคืนมา “ดังนั้น ผู้ค้ารถยนต์อาจยอมรับว่ากระบวนการซื้อรถยนต์เป็นกระบวนการที่ยุ่งยากมาก หรือผู้ค้าปลีกอาจจะกล่าวคำขอโทษในกรณีที่มีปัญหาเรื่องที่จอดรถ”  แนวคิดที่ว่าคือการยอมรับความบกพร่องอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งต่อไปจะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือนั่นเอง
     
    4. ให้ลูกค้าเป็นผู้รับรองคุณ  
     
    เควิน ดอนลิน นักเขียนและที่ปรึกษาแห่ง Guaranteed Marketing เมืองเอดินา รัฐมินเนสโซตากล่าวว่า  “เพื่อลบความสงสัยและสร้างความน่าเชื่อถือ จงเสนอรายชื่อลูกค้าของคุณในการทำตลาดให้มากเข้าไว้ โดยอาจลงชื่อเต็ม ชื่อเมืองและชื่อรัฐ เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีคนใช้ผลิตภัณฑ์ของคุณจริงๆ”   การตลาดที่ลงทุนน้อยที่สุดแต่ได้ผลมากที่สุดคือ การให้เพื่อนแนะนำผลิตภัณฑ์ของคุณให้คนอื่นฟัง  ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตามเพื่อให้มีการแนะนำลูกค้าและมีการบอกปากต่อปาก เช่น การจัดรายการพิเศษ ราคาพิเศษให้ลูกค้าประจำหรือการลดราคาสินค้า  ทุกอย่างล้วนคุ้มค่าทั้งสิ้น  ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตลาดแบบการแนะนำบอกต่อ กรุณาอ่านเรื่องดังกล่าว


    5. ทำกิจกรรมเพื่อสังคม สังคม 
     
    ในปี 1991 ซันนี่ โค้บ คุ๊ก ได้เปิดร้าน Sleep Country USA เป็นแห่งแรกในรัฐซีแอตเติ้ล  หลังจากนั้นไม่เกินสิบปีร้านดังกล่าวได้เติบโตเป็นร้านขายปลีกที่นอนที่มีสาขามากถึง 28 แห่งและมียอดขายมากกว่า 350 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ  อย่างไรก็ตามการเริ่มธุรกิจนี้ในตอนแรกมีปัญหามากมาย  คุ๊กกล่าวว่า “ตอนนั้นเราเป็นผู้ประกอบการหน้าใหม่ในตลาดที่มีร้านค้าปลีกขนาดใหญ่และมั่นคงอยู่แล้ว เราอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีคู่แข่งไร้ศีลธรรมอยู่มากมาย”  ในตอนนั้นแทบจะไม่มีเงินเหลือเพื่อทำการตลาดอยู่เลย  แล้วจะทำอย่างไรดี “เราได้เสนอตัวเข้าไปมีส่วนร่วมกับชุมชน”  คุ๊กทำการรีไซเคิลที่นอนเก่าเพื่อการกุศลและใช้จุดนั้นเป็นการโฆษณาตัวเอง  เธอร่วมมือกับสื่อท้องถิ่นเพื่อสร้างศูนย์รับบริจาคเสื้อคลุมเก่า อุปกรณ์การเรียน หรือของขวัญสำหรับเด็กๆ ตามร้านค้าต่างๆ   ร้าน Sleep Country บริจาคที่นอนให้แก่ศูนย์พักพิงของคนเร่ร่อนในท้องถิ่นและใช้เงินตนเองเพื่อประชาสัมพันธ์องค์กรดังกล่าวตามสื่อวิทยุและโทรทัศน์ คุ๊กกล่าวว่า “การประชาสัมพันธ์ดังกล่าวมีประโยชน์มากมายมหาศาลแก่องค์กรเล็กๆ ที่ไม่สามารถหาเงินทองมาใช้จ่ายได้ และเราได้เป็นที่รู้จักในชุมชนนั้นมากกว่าการเป็นแค่ผู้ค้าปลีกรายหนึ่ง”  ผลที่ตามมาคือร้าน Sleep Country มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นโดยคุ๊กซึ่งในตอนนั้นได้เกษียณตนเองไปแล้วกล่าวว่า  “ลูกค้าของเรามากกว่า 25% บอกว่าบทบาทเพื่อชุมชนที่ชัดเจนของเราคือเหตุผลที่พวกเขาเลือกซื้อสินค้าร้านเรา” (ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตลาดเพื่อการกุศล กรุณาอ่านเรื่องดังกล่าว)
     
    Couple_Feb.jpg
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     
     

     

    6. ให้ลูกค้าบอกต่อ  

     

    คำแนะนำทั้งหมดเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อลูกค้าสามารถใช้กับลูกน้องได้ด้วย จงปฏิบัติต่อลูกจ้างให้เหมือนกับที่อยากให้พวกเขาปฏิบัติต่อลูกค้า และคุณจะสามารถสร้างผู้เผยแพร่ตราสินค้าของคุณได้ โรเบอร์ตา กูสที่ปรึกษาด้านการตลาดในซานฟรานซิสโกกล่าวว่า “จงกำหนดรูปแบบที่คุณอยากให้ลูกน้องปฏิบัติและดำเนินการ แล้วพวกเขาจะทำตามนั้น” “จงคิดข้อความที่แสดงให้เห็นถึงค่านิยมดังกล่าว แล้วติดข้อความนั้นไว้บนผนังหรือในห้องรับรอง ใช้ข้อความที่แสดงถึงค่านิยมที่ว่าเป็นหัวข้อหลักในการส่งเสริมการขาย” ด้วยวิธีนี้ การตลาดของคุณจะขยายไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าเหล่าพนักงานจะไปที่ใดก็ตาม พวกเขาจะพูดถึงข้อดีของบริษัทคุณ ในปัจจุบัน การตลาดแบบบอกต่อที่ดูสับสนและโฆษณาต่างๆ มีให้เห็นได้ทุกที่นับจากโทรทัศน์และวิทยุผ่านดาวเทียมไปจนถึงตามลิฟต์และสำนักงานแพทย์ต่างๆ ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการสร้างภาพลักษณ์ของบริษัทที่ลูกค้าจดจำและสามารถเชื่อถือได้ คุ๊กกล่าวว่า “การสร้างความน่าเชื่อถือให้ลูกค้าเห็นนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ”
     

     Footer_1_Article2.png