การเดินทางสู่ระบบคลาวด์ของ Microsoft IT: มุมมองของแอพพลิเคชั่น

ในปัจจุบัน Microsoft IT (MSIT) ใช้ผลิตภัณฑ์ในองค์กรที่เป็นแบบดั้งเดิมเป็นส่วนใหญ่ แต่กำลังจะเปลี่ยนไปสู่สภาพแวดล้อมของการใช้งานแบบผสมผสานอย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ จะมีการใช้งานร่วมกันระหว่างซอฟต์แวร์ในองค์กร ซอฟต์แวร์ในลักษณะที่เป็นบริการ (เช่น Microsoft® Exchange Online) และผลิตภัณฑ์ Windows Azure Microsoft ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Windows Azure ให้เป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ทำงานในระบบคลาวด์ ธุรกิจประมาณ 20 ล้านแห่ง และผู้คนมากกว่าพันล้านคนต่างใช้บริการระบบคลาวด์ของ Microsoft ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ของลูกค้าที่ Microsoft นำเสนอผ่านบริการที่โฮสต์และบริการออนไลน์ แพลตฟอร์ม Windows Azure จัดให้มีกลุ่มของเทคโนโลยีระบบคลาวด์ ซึ่งแต่ละเทคโนโลยีมีการมอบบริการเฉพาะที่กำหนดขึ้นสำหรับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่ทำงานในระบบคลาวด์และทำงานบนระบบเฉพาะที่สามารถใช้งานได้ กลยุทธ์ของบริการระบบคลาวด์ของ MSIT มีความสอดคล้องกันและสามารถทำงานเสริมกับผลิตภัณฑ์และบริการในองค์กรของ Microsoft แทนที่จะใช้วิธีการบังคับให้เลือกใช้ของตนเพียงอย่างเดียว MSIT (และลูกค้า Microsoft) สามารถที่จะปรับใช้เทคโนโลยีระบบคลาวด์ใหม่ๆ และความสามารถที่มีอยู่ได้ MSIT ประเมินว่าเมื่อย้ายแอพพลิเคชั่นไปใช้งานใน Windows Azure องค์กรหนึ่งๆ จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในช่วงระหว่าง 35 ถึง 40 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนค่าใช้จ่ายที่สามารถระบุได้ทั้งหมดสำหรับใช้ในการสนับสนุน การพัฒนาแอพพลิเคชั่นและการบำรุงรักษา และสำหรับฮาร์ดแวร์ การโฮสต์ และสิทธิ์การใช้งานซอฟต์แวร์ MSIT ใช้วิธีการแบบสามแนวทางในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใน Windows Azure:
  • ระบุแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นที่ไม่ได้รองรับงานหลัก อยู่ในสถานะเป็นแผนสำรองที่เชื่อถือได้ และมีรูปแบบปริมาณงานที่เหมาะสำหรับระบบคลาวด์ แอพพลิเคชั่นเหล่านี้เป็นกลุ่มแรกที่ MSIT จะย้ายไปยัง Windows Azure และนำมาใช้เพื่อพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดและเป็นคอมโพเนนต์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่สำหรับการย้ายระบบอื่นๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น
  • ตรวจสอบดูว่าแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่นักพัฒนาสามารถเขียนหรือปรับใช้บน Windows Azure นั้นได้รับการเขียนและปรับใช้บน Windows Azure อย่างแท้จริง เพื่อทำให้ Windows Azure เป็นแพลตฟอร์มการพัฒนาแอพพลิเคชั่นค่าเริ่มต้น
  • จัดทำแผนการแบบมีระยะเวลาหลายปี แล้วจึงเริ่มต้นการย้ายแอพพลิเคชั่นที่ใหญ่ที่สุดและรองรับงานหลักของ MSIT ไปยัง Windows Azure การทำเช่นนี้จะช่วยปรับปรุงประสบการณ์ที่ได้รับจากการย้ายระบบที่ซับซ้อนน้อยลงในช่วงเริ่มแรก
การย้ายแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่
เมื่อองค์กรย้ายแอพพลิเคชั่นที่มีอยู่ไปยัง Windows Azure จำเป็นที่จะต้องระลึกว่า การดำเนินการนี้:
  • อาจมีความซับซ้อนมากกว่าการสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ที่ออกแบบให้แก่ Windows Azure หรือการประมวลผลแบบคลาวด์
  • เป็นการดีกว่าที่จะเลือกแอพพลิเคชั่นที่มีความเสี่ยงและความซับซ้อนน้อยลงสำหรับการย้ายระบบครั้งแรก เพื่อจะได้ทำความคุ้นเคยกับกระบวนการ จากนั้น องค์กรจึงจะพยายามย้ายแอพพลิเคชั่นที่ซับซ้อนมากขึ้นซึ่งจำเป็นต้องมีการปฏิบัติตามที่เป็นข้อบังคับ ปัญหาในการรวมระบบ ความเชื่อมโยงแบบดาวน์สตรีม หรือแอตทริบิวต์อื่นๆ ที่ซับซ้อน
  • ช่วยให้เข้าใจถึงด้านต่างๆ ทางเทคนิคของแอพพลิเคชั่นที่มีการย้าย และลักษณะการใช้งานขององค์กรก่อนที่จะดำเนินการย้าย
  • ช่วยให้เข้าใจถึงผลสืบเนื่องของการตรวจสอบและอายุการใช้งานของแอพพลิเคชั่น เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับแผนโซลูชันของ Windows Azure
  • เป็นประโยชน์ในการทำความเข้าใจรูปแบบปริมาณงาน ซึ่งบ่งบอกถึงความเหมาะสมกับ Windows Azure ตารางต่อไปนี้แสดงถึงรูปแบบเหล่านี้:
รูปแบบ คำอธิบาย
การใช้งานที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ตามปกติแล้ว หมายถึงปริมาณงานในเฉพาะช่วงฤดูกาลหรือช่วงเวลาหนึ่งซึ่งทำให้จำเป็นต้องประมวลผลในเฉพาะบางช่วงเวลา
ระดับการใช้งานสูงแบบคาดการณ์ได้ คือเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการใช้งานในช่วงบางวันของสัปดาห์หรือในบางช่วงเวลาของปี
ระดับการใช้งานสูงแบบไม่สามารถคาดการณ์ได้ ปกติแล้ว หมายถึง เหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ซึ่งทำให้เกิดความจำเป็นที่จะต้องใช้งานหนัก ดังนั้น องค์กรจึงจำเป็นต้องปรับขนาดการออกแบบเพื่อที่จะให้สามารถคาดการณ์ได้
การเติบโตอย่างรวดเร็ว ปกติแล้ว มักจะมีความเชื่อมโยงกับพัฒนาการใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นหรือกลุ่มเฉพาะภายในบริษัทขนาดใหญ่
โครงการของ Windows Azure
การย้ายแอพพลิเคชั่นที่มีความเสี่ยงต่ำ: เครื่องมือประมูล 
เครื่องมือประมูลเป็นคอมโพเนนต์ของ Microsoft Annual Giving Campaign เครื่องมือนี้มีรูปแบบการทะยานเพิ่มขึ้นที่สูงมาก (รูปแบบเวิร์กโฟลว์ระดับการใช้งานสูงแบบคาดการณ์ได้) ในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของเดือน มีการใช้งานต่ำ จากนั้น จึงเกิดความไม่เพียงพอในช่วงวันสุดท้ายของการเพิ่ม เนื่องจาก 20 เปอร์เซ็นต์ของการเสนอประมูลทั้งหมดมักกระทำในวันสุดท้าย ส่งผลให้มีผู้ประมูลมากมายที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ เพราะไม่มีเครื่องมือประมูลเนื่องจากมีการใช้งานสูง โครงการนี้มีการใช้เครื่องเสมือนสามชุด ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วย Internet Information Services (IIS) และ Microsoft SQL Server®
จุดเด่นของโซลูชัน
  • ใช้ Windows Azure แบบไฮบริดระหว่างระบบคลาวด์และสถาปัตยกรรมในองค์กร
  • ใช้การลงชื่อเข้าระบบครั้งเดียว (SSO) ผ่านทาง Active Directory® Federation Services (AD FS)
ผลลัพธ์ของเครื่องมือประมูล
  • โซลูชันปรับขนาดได้ง่ายจากสี่เป็น 24 อินสแตนซ์ สำหรับปริมาณการใช้งานที่สูงในวันสุดท้าย
  • ผู้ใช้ทุกรายที่ต้องการประมูลสามารถเข้าร่วมประมูลได้
  • ถือได้ว่าเป็นปีที่ต้องจดจำสำหรับ Microsoft Annual Giving Campaign ซึ่งสามารถเพิ่มยอดขึ้นมาได้ประมาณ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐ
บทเรียนที่เรียนรู้จากการย้ายระบบและการใช้เครื่องมือประมูล
เส้นโค้งการเรียนรู้เพื่อการพัฒนามีขนาดเล็กโดยเทียบเคียง เนื่องจากเครื่องมือพัฒนา Windows Azure มีความคล้ายคลึงกับสภาพแวดล้อมการพัฒนาของ Visual Studio ในปัจจุบัน
  • การปรับขนาดสภาพแวดล้อมเพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการเป็นจุดที่แข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม Windows Azure และกระบวนการก็มีลักษณะตรงไปตรงมาและดำเนินการง่าย
  • แพลตฟอร์ม Windows Azure มีความสอดคล้องกัน สภาพแวดล้อมการพัฒนา การเตรียมการสำหรับใช้งานจริง และระบบสำหรับการใช้งานจริงมีลักษณะเหมือนกัน และช่วยให้ดำเนินการใช้งานระบบจริงได้อย่างราบรื่น
แอพพลิเคชั่นใหม่ — Social eXperience Platform (SXP) 
ไซต์ Video Showcase บน Microsoft.com เป็นหนทางในการเข้าถึงวิดีโอทางการตลาดมากกว่า 8,000 วิดีโอ บุคลากรได้ใช้โซลูชันในองค์กรซึ่งเป็นโซลูชันก่อนหน้าในการจัดการกับความคิดเห็นและการจัดอันดับของไซต์ กรองถ้อยคำหยาบคายและสแปม และตรวจสอบควบคุมไซต์ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการยังมีปัญหาเกี่ยวกับความสามารถในการปรับขนาด ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา การอัพเกรด ประสิทธิภาพ และความพร้อมใช้งาน
จุดเด่นของโซลูชัน
  • ใช้ Windows Azure แบบไฮบริดระหว่างระบบคลาวด์และสถาปัตยกรรมในองค์กร
  • สามารถใช้ความสามารถแบบหลายผู้เช่า ไซต์ย่อยใดก็ตามบน Microsoft.com สามารถใช้ SXP ได้ ผู้เช่ารายแรกคือ ไซต์ Video Showcase และนับตั้งแต่กลางปี 2011 เป็นต้นมา บริการนี้มีผู้เช่า 57 ราย
  • ใช้ฐานข้อมูล SQL Azure แยกต่างหากสำหรับผู้เช่าแต่ละราย โดยที่ใช้เก็บความเห็นและการจัดอันดับต่างๆ
  • ใช้ Microsoft System Center Operations Manager Connector เพื่อทำการเตือนและแจ้งเตือนผ่าน Systems Center Operations Manager
ผลลัพธ์ของ SXP
  • ลดค่าใช้จ่ายรายเดือนจาก 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 45 ดอลลาร์สหรัฐ
  • เพิ่มความพร้อมใช้งานจาก 99.1 เปอร์เซ็นต์ ไปเป็น 99.997 เปอร์เซ็นต์
  • ปรับปรุงความเร็วของการออกรีลีสใหม่ได้อย่างมาก ก่อนหน้านี้ การออกรีลีสใหม่ต้องใช้เวลานานถึงหกสัปดาห์ แต่กลับสามารถลดเวลาลงเหลือเพียง 45 นาที
  • สะดวกด้วยการอัพเกรดแบบกดปุ่มที่ง่ายดาย ซึ่งไม่เกิดปัญหาดาวน์ไทม์โดยไม่คาดคิด มีการอัพเกรดเกิดขึ้นสิบครั้ง และไม่มีการพลาดการดำเนินการใดๆ
  • สามารถทำให้เกิดการดำเนินการที่ปราศจากข้อผิดพลาดถึง 10,000,000 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2011
  • ลดเวลาตอบสนองโดยเฉลี่ยลงเหลือไม่ถึง 10 มิลลิวินาที (ms) ข้อตกลงระดับการให้บริการของ MSIT บังคับให้ใช้เวลา 250 มิลลิวินาที
  • ช่วยให้ MSIT สามารถแทนที่อินสแตนซ์แยกต่างหากของผลิตภัณฑ์ที่แข่งขันกันอยู่ ซึ่งเป็นของบุคคลภายนอกด้วยโซลูชันที่ใช้โซลูชันระบบคลาวด์ของ Microsoft ซึ่งทำงานในระดับองค์กรเป็นจำนวนมากกว่า 37 อินสแตนซ์
บทเรียน SXP ที่ได้เรียนรู้
  • Windows Azure ช่วยลดเวลาและการมีส่วนร่วมของนักพัฒนาลงอย่างมากสำหรับงานการบำรุงรักษาแอพพลิเคชั่นและการอัพเกรด
  • ฝ่ายวิศวกรรมและฝ่ายปฏิบัติการจะต้องร่วมมือกันตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อให้การพัฒนาแอพลิเคชันมีการผนวกรวมการดำเนินงานเข้าด้วยกัน เช่น การตรวจสอบและการบำรุงรักษา
  • Windows Azure นำเสนอการเปลี่ยนแปลงในระดับรากฐานสำหรับรูปแบบการจัดการเรื่องการใช้จ่ายและจัดสรรทรัพยากรของฝ่ายไอที โดยที่พึ่งพาการประมวลผลแบบคลาวด์ ในตอนนี้ รูปแบบการใช้จ่ายจึงมุ่งเน้นที่ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติการ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายด้านต้นทุน ในขณะเดียวกัน การจัดสรรทรัพยากรก็มุ่งเน้นที่การพัฒนาและนวัตกรรม มากกว่าการบำรุงรักษาและการปฏิบัติการ
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการที่ Microsoft IT จัดทำและดำเนินการแบ่งเซกเมนต์ รวมทั้งกลยุทธ์การย้าย Azure ในพอร์ตโครงการแอพพลิเคชั่นต่างๆ โปรดชมวิดีโอ - วิธีการของ Microsoft IT ในการจัดทำการแบ่งเซกเมนต์ของแอพพลิเคชั่นและกลยุทธ์การย้ายสำหรับระบบคลาวด์
คุณสามารถดูแหล่งข้อมูลการเรียนรู้เพิ่มเติมได้ที่