ใช้กับ

Surface Pro, Surface Pro 2, Surface Pro 3, Surface 3.

ใช้กับ

Surface Pro, Surface Pro 2, Surface Pro 3, Surface 3.

ใช้กับ

Surface RT, Surface 2.

ระบบปฏิบัติการ:

ข้อมูลความปลอดภัยและกฎข้อบังคับ


คำแนะนำในการทำความสะอาดและการใช้งาน

ใช้งานอุปกรณ์ของคุณด้วยความระมัดระวังเพื่อปกป้องตัวเครื่องภายนอก สำหรับคำแนะนำในการทำความสะอาดสำหรับ Surface และอุปกรณ์เสริม กรุณาดูที่ ทำความสะอาดและดูแลรักษา Surface ของคุณ

 สัญลักษณ์นี้ หมายถึง ข้อความเตือนเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยในคู่มือการใช้อุปกรณ์ฉบับนี้

คำเตือน: อ่านข้อมูลด้านความปลอดภัยและสุขภาพ
อ่านคำแนะนำนี้เพื่อรับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพ พร้อมข้อกำหนดการรับประกันแบบจำกัดที่คุ้มครองอุปกรณ์ Microsoft® ที่คุณได้ซื้อมา เก็บเอกสารคู่มือที่พิมพ์แจกไว้เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือทำการติดตั้ง ใช้งาน และดูแลรักษาด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือความเสียหายกับผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อย่าพยายามซ่อมแซม
อย่าพยายามถอดแยก เปิด ซ่อมแซม หรือดัดแปลงผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เสริม หรือแหล่งจ่ายไฟ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูดหรืออันตรายอื่นๆ หากพบว่ามีหลักฐานการเปิดและ/หรือดัดแปลงแก้ไขอุปกรณ์ รวมถึงการลอก การเจาะรู หรือการถอดป้ายฉลากใดๆ จะถือว่าการรับประกันแบบจำกัดเป็นโมฆะ

คำเตือน: ความปลอดภัยของอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ

หากไม่ปฏิบัติตามข้อควรระวังต่อไปนี้อาจทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตเนื่องจากไฟฟ้าดูดหรือเพลิงไหม้ หรืออุปกรณ์อาจเกิดความเสียหาย ในการเลือกแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับอุปกรณ์:

  • ใช้แหล่งจ่ายไฟ อะแดปเตอร์ปลั๊ก และสายไฟกระแสสลับที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์หรือซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายของ Microsoft ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • ห้ามใช้อุปกรณ์จ่ายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรืออินเวอร์เตอร์ แม้ว่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถี่จะอยู่ในค่าที่เหมาะสม ใช้พลังงานไฟฟ้ากระแสสลับจากเต้ารับมาตรฐานบนกำแพงเท่านั้น
  • ห้ามต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าบนเต้ารับบนกำแพง สายพ่วง รางปลั๊ก หรือเต้ารับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ มากเกินไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งหมด (ในหน่วยแอมป์ [A]) ให้กับอุปกรณ์ (ซึ่งจะระบุไว้แหล่งจ่ายไฟ) และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในวงจรได้ใช้งานอย่างเพียงพอ
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟฟ้ากระแสสลับสามารถพับเก็บได้ ต้องกางปลั๊กออกมาให้สุด แล้วจึงเสียบอะแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟกระแสสลับสามารถถอดได้ และมีแหล่งจ่ายไฟที่ใช้อะแดปเตอร์อเนกประสงค์ ก่อนเสียบอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกชุดปลั๊กไฟที่ถูกต้องเหมาะกับเต้ารับ และปลั๊กได้ยึดแน่นกับอะแดปเตอร์แล้ว

คำเตือน: ความปลอดภัยของสายเคเบิลและสายไฟ

จัดวางสายเคเบิลและสายไฟเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นหรือสัตว์เลี้ยงสะดุดหรือกระชากออกโดยไม่ได้ตั้งใจขณะเดินผ่านบริเวณที่เสียบปลั๊ก ห้ามไม่ให้เด็กเล่นกับสายเคเบิลและสายไฟ

เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟและแหล่งจ่ายไฟเสียหาย

  • ระวังอย่าให้คนเหยียบสายไฟ
  • ระวังอย่าให้สายไฟถูกหนีบหรือหักงอ โดยเฉพาะในขณะต่อกับเต้ารับบนกำแพง แหล่งจ่ายไฟ และอุปกรณ์
  • ห้ามกระชาก ผูกปม หัก หรือใช้งานสายไฟอย่างไม่เหมาะสม
  • ห้ามนำสายไฟสัมผัสกับความร้อน
  • ระวังอย่าให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สายไฟ ห้ามกัดหรือแทะสายไฟ
  • ถอดสายไฟโดยจับที่ปลั๊กแล้วดึง อย่าจับที่สายไฟแล้วดึง
  • หากสายไฟหรือแหล่งจ่ายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันที
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ของคุณหากบริเวณนั้นมีพายุฝน หรือเมื่อไม่ใช้งานเป็นระยะเวลานาน
  • สำหรับอุปกรณ์ที่มีสายไฟกระแสสลับเชื่อมต่ออยู่กับแหล่งจ่ายไฟ ให้เสียบสายไฟตามคำแนะนำต่อไปนี้เสมอ
  • ขั้นตอนที่ 1:  เสียบสายไฟกระแสสลับเข้ากับแหล่งจ่ายไฟให้แน่นสนิท
    ขั้นตอนที่ 2:  เสียบปลายอีกด้านของสายไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
คำเตือน: ความปลอดภัยของแบตเตอรี่
อุปกรณ์นี้มีแบตเตอรี่ในตัว การใช้ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดระเบิด ห้ามให้ความร้อน เปิดออก เจาะรู ตัดแยก หรือเผาทำลายผลิตภัณฑ์ด้วยไฟ ห้ามนำอุปกรณ์ตากแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่ละลายหรือเสียหาย ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอุปกรณ์นี้เองได้ และควรดำเนินการโดย Microsoft หรือผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองจาก Microsoft

คำเตือน: อย่าใช้งานใกล้น้ำ
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้หรือไฟดูด อย่าใช้อุปกรณ์นี้ใกล้กับน้ำและอย่าให้อุปกรณ์สัมผัสกับฝนหรือความชื้น อย่าพยายามใช้ที่เป่าผมหรือเตาไมโครเวฟเพื่อทำให้อุปกรณ์แห้ง

คำเตือน: ความปลอดภัยในการได้ยิน
  • กำหนดระดับเสียงให้ดังพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่เงียบ และอย่าเปิดเสียงดังกว่านี้ อย่าเพิ่มระดับเสียงขึ้นหลังจากที่คุณเริ่มได้ยิน หูของคุณอาจปรับตัวกับเสียงที่ดังเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้รู้สึกปกติเมื่อได้ยินเสียงดัง แต่เสียงที่ดังยังคงทำลายการได้ยินของคุณอยู่
  • ห้ามเพิ่มระดับเสียงเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เสียงรอบข้างที่รวมกับเสียงจากหูฟังสามารถทำลายการรับฟังของคุณได้ หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวนสามารถลดเสียงรอบข้างได้อยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องเพิ่มเสียง
  • ถ้าคุณไม่เข้าใจเสียงพูดคุยปกติของบุคคลรอบข้าง ให้ลดระดับเสียงลง เสียงที่ดังกว่าบทสนทนาปกติสามารถทำให้การรับฟังเสียหาย แม้ว่าจะใช้หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวน คุณก็ยังควรได้ยินผู้คนรอบข้างพูดอยู่

จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด

ยิ่งคุณฟังเสียงดังเป็นเวลานานเท่าใด การรับฟังของคุณก็จะยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเสียงดังขึ้น หูก็จะเสียหายเร็วขึ้น

  • จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด เมื่อปรับเสียงให้ดังที่สุด การฟังเพลงบนอุปกรณ์ด้วยชุดหูฟังเพียง 15 นาทีก็สามารถทำลายการรับฟังของคุณได้อย่างถาวร
  • ระดับเสียงที่ค่อยกว่านี้ยังสามารถทำลายการรับฟังได้หากฟังติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง
  • เสียงทั้งหมดที่คุณได้ยินในระหว่างวันจะบวกสะสมเพิ่มขึ้น ถ้าคุณต้องฟังเสียงดังจากแหล่งอื่นๆ ร่วมด้วย หูของคุณจะเสียหายเร็วขึ้นเมื่อฟังเสียงดังจากอุปกรณ์
  • เพื่อใช้งานอุปกรณ์อย่างปลอดภัยโดยไม่จำกัดเวลา ลดเสียงลงมาให้เบาพอที่จะสามารถพูดคุยกับผู้คนรอบข้างได้ตามปกติ

ระวังอาการสูญเสียการได้ยิน

หยุดใช้อุปกรณ์นี้และรับการตรวจหูหากมีอาการต่อไปนี้

  • สูญเสียการได้ยิน
  • ได้ยินเสียงก้องในหู
  • เสียงพูดของคุณค่อยลง ได้ยินไม่ชัดเจน
  • เสียงที่ได้ยินไม่มีน้ำหนัก

คุณควรรับการตรวจหูเป็นประจำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการได้ยิน

คำเตือน: ระวังบริเวณโดยรอบ
เพื่อลดอันตรายจากการบาดเจ็บเนื่องจากการขาดสมาธิขณะใช้อุปกรณ์นี้ ให้ใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ขี่จักรยาน หรือเดิน การใช้อุปกรณ์นี้อย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับหูฟัง (แม้จะเสียบหูฟังที่หูเพียงข้างเดียว) พร้อมกับขับรถหรือขี่จักรยานเป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำ และอาจผิดกฎหมายในบางพื้นที่ ศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์มือถือในพื้นที่ที่คุณขับขี่ยานพาหนะ การใช้อุปกรณ์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะทำให้เสียสมาธิ คุณจะต้องมีสมาธิกับการขับขี่และสภาพถนนอย่างเต็มที่ ลดระดับเสียงให้เบาพอที่จะได้ยินเสียงพูดคุยของคนรอบข้าง และเสียงที่เตือนอันตรายเช่นสัญญาณเตือนเวลาเกิดเพลิงไหม้

คำเตือน: หลีกเลี่ยงถุงลมนิรภัย
สำหรับรถที่มีการติดตั้งถุงลมนิรภัย อย่าวางอุปกรณ์หรือวัตถุอื่นไว้ใกล้กับถุงลมนิรภัย ถ้าถุงลมทำงาน วัตถุที่วางอยู่ด้านบนหรือวางไว้ใกล้เคียงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้

คำเตือน: อาการลมชักจากการไวต่อแสง

บุคคลจำนวนเล็กน้อยอาจมีอาการลมชักเมื่อมองภาพบางอย่าง รวมถึงแสงกระพริบหรือลวดลายที่ปรากฏในวิดีโอเกม แม้แต่ผู้ที่ไม่มีประวัติอาการชักหรือไม่ได้เป็นโรคลมชักก็อาจมีอาการ “ลมชักจากแสง” ขณะมองภาพในวิดีโอเกมได้ ซึ่งอาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน

อาการลมชักเหล่านี้อาจมีอาการแตกต่างกันไปเช่นเวียนหัว เห็นภาพผิดเพี้ยน ดวงตาหรือใบหน้าบิดเบี้ยว แขนขากระตุกหรือสั่น ควบคุมร่างกายไม่ได้ เกิดอาการสับสน หรือหมดสติชั่วขณะ

อาการลมชักอาจทำให้หมดสติหรือการชักกระตุก ซึ่งทำให้ล้มลงหรือกระแทกกับวัตถุรอบข้าง ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

หยุดเล่นอุปกรณ์และพบแพทย์ทันทีหากคุณเกิดอาการเหล่านี้ ผู้ปกครองควรดูแลและสอบถามบุตรหลานเกี่ยวกับอาการข้างต้น เด็กและวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดอาการนี้มากกว่าผู้ใหญ่ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดลมชักจากแสงได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้:

  • นั่งให้ห่างจากจอวิดีโอมากขึ้น
  • ใช้หน้าจอวิดีโอที่เล็กกว่านี้
  • เล่นเกมในที่ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ
  • ห้ามเล่นขณะง่วงนอนหรือเหนื่อยล้า

ถ้าคุณหรือญาติพี่น้องมีประวัติการเป็นลมชัก ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเล่น


คำเตือน: กระจกหน้าจอสัมผัส
หน้าจอสัมผัสนี้ผลิตจากกระจก กระจกนี้อาจแตกได้ถ้าทำอุปกรณ์หล่นบนพื้นแข็งหรือถูกกระแทกอย่างรุนแรง เพื่อลดอันตรายจากการถูกกระจกบาดเมื่อหน้าจอแตกร้าว อย่าสัมผัสหรือพยายามแกะกระจกที่แตกออกมา กระจกที่แตกร้าวเนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากการรับประกันแบบจำกัดของผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อันตรายจากการขาดอากาศหายใจ
อุปกรณ์นี้อาจมีชิ้นส่วนขนาดเล็กซึ่งอาจติดคอเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี อย่าให้เด็กอยู่ใกล้ชิ้นส่วนเหล่านี้

คำเตือน: ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการรบกวนสัญญาณ
ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณในตำแหน่งที่มีประกาศแจ้งให้ปิด เมื่อขึ้นเครื่องบิน ให้ปิดอุปกรณ์ของคุณเมื่อเจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งให้ปิด หรือปิดก่อนบรรจุอุปกรณ์ไร้สายลงในกระเป๋าสัมภาระ อุปกรณ์นี้มีการทำงานใน “โหมดเครื่องบิน” กรุณาปรึกษาเจ้าหน้าที่สายการบินเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ระหว่างอยู่บนเครื่อง

คำเตือน: บรรยากาศที่อาจทำให้เกิดการระเบิด
บริเวณที่อาจมีบรรยากาศที่ทำให้เกิดการระเบิดมักจะมีการประกาศเตือนอันตราย ซึ่งอาจไม่มีประกาศในบางแห่ง บริเวณเหล่านี้รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นใต้ท้องเรือ ศูนย์ปฏิบัติงานที่มีการขนย้ายหรือจัดเก็บเชื้อเพลิงหรือสารเคมี หรือสถานที่ที่มีสารเคมีหรืออนุภาคต่างๆ เช่นผงจากเมล็ดพืช หรือผงโลหะในอากาศ เมื่อคุณอยู่ในบริเวณดังกล่าว ให้ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ และอย่าถอดหรือประกอบที่ชาร์จแบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อาจเกิดประกายไฟในบริเวณดังกล่าวทำให้เกิดระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้

ข้อควรระวัง: ชิ้นส่วนของอุปกรณ์นี้เป็นแม่เหล็ก
อาจมีการดึงดูดวัสดุที่เป็นโลหะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดประกายไฟ ให้ตรวจสอบว่าขั้วไฟฟ้าไม่มีวัสดุโลหะขวางอยู่ ก่อนทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงที่สนามแม่เหล็กจะรบกวนการอ่านค่าเข็มทิศ รบกวนการทำงานของเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ หรือทำลายข้อมูลที่เก็บในสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก ห้ามวางบัตรเครดิตหรือสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อแม่เหล็กไว้ใกล้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ข้อควรระวัง: อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคล

ความถี่วิทยุที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำงานผิดพลาดได้ แม้ว่าอุปกรณ์นี้จะได้รับการออกแบบ ทดสอบ และผลิตขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ควบคุมการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุในประเทศต่างๆ เช่นสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น อุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายและวงจรไฟฟ้าในอุปกรณ์อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้ ดังนั้นกรุณาปฏิบัติตามข้อควรระวังดังต่อไปนี้:

เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ สมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์สหรัฐอเมริกา (Health Industry Manufacturers Association) แนะนำให้ใช้งานอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณกับเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ

บุคคลที่ใช้เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ:

  • ควรวางอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เมื่อเปิดอุปกรณ์ไร้สาย
  • ไม่ควรพกอุปกรณ์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
  • ถ้าคุณสงสัยว่าอาจมีการรบกวนสัญญาณ ให้ปิดอุปกรณ์ทันที

อุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ

ถ้าคุณใช้อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคลอื่นๆ ให้ปรึกษาผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ใกล้กับอุปกรณ์การแพทย์


ข้อควรระวัง: คำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพ

การใช้อุปกรณ์ป้อนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือพิการ ขณะใช้คอมพิวเตอร์คุณอาจมีอาการไม่สบายที่มือ แขน ไหล่ คอ หรือส่วนอื่นของร่างกาย เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณพบอาการที่เกิดขึ้นเรื้อรังหรือเกิดซ้ำบ่อยครั้งเช่นอาการไม่สบาย เจ็บ ปวดเป็นจังหวะ ปวด รู้สึกเหมือนถูกเข็มแทง เหน็บชา แสบร้อน หรือเกร็ง อย่ามองข้ามอาการเหล่านี้ พบแพทย์ที่ผ่านการรับรองเพื่อรับการรักษาทันที แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นขณะที่คุณไม่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่ทรมาน และอาจส่งผลร้ายแรงทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือพิการอย่างถาวรกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อและกระดูก (MSD) รวมถึงอาการเจ็บป่วยที่ Carpal Tunnel, โรคเส้นเอ็นอักเสบ, โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ และอาการอื่นๆ แม้นักวิจัยยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดเกี่ยวกับ MSD แต่ก็มีผลการทดลองที่พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยหลายอย่างต่อไปนี้มีผลกับการเกิดโรค รวมถึง: สุขภาพโดยรวม ความเครียดและการจัดการความเครียด อาการทางการแพทย์และสภาพร่างกาย ตำแหน่งการวางร่างกายขณะทำงานและทำกิจกรรมอื่น (รวมถึงการใช้แป้นพิมพ์และเมาส์) ระยะเวลาที่บุคคลดังกล่าวทำกิจกรรมอาจเป็นปัจจัยร่วมด้วย

ดูคำแนะนำบางประการที่อาจช่วยให้คุณทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้สบายยิ่งขึ้นและอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรค MSD ได้ที่ คำแนะนำเพื่อการใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยต่อสุขภาพ


ข้อควรระวัง: ปัญหาเกี่ยวกับความร้อน

อุปกรณ์นี้อาจเกิดความร้อนสูงระหว่างการใช้งานปกติ อุปกรณ์นี้มีขีดจำกัดอุณหภูมิพื้นผิวที่ผู้ใช้สัมผัสได้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดโดยมาตรฐานสากลว่าด้วยความปลอดภัยของอุปกรณ์ในงานสารสนเทศ (International Standard for Safety of Information Technology Equipment) (IEC 60950-1) เพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  • วางอุปกรณ์ของคุณบนพื้นผิวที่มั่นคง ให้มีการระบายอากาศมากพอที่ด้านล่างและโดยรอบอุปกรณ์
  • ใช้ความระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์บนหมอน ผ้าห่ม หรือวัสดุนุ่มอื่นๆ เนื่องจากวัสดุอาจปิดกั้นทางเดินอากาศ ทำให้อุปกรณ์เกิดความร้อนสูง
  • ถ้าวางอุปกรณ์บนตักแล้วรู้สึกร้อนจนไม่สบายตัว ให้นำออกไปวางที่อื่นซึ่งมีความมั่นคง

ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับ

การทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ต้องจำกัดทิ้งแบบพิเศษ สัญลักษณ์นี้ซึ่งปรากฏบนผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ มีความหมายว่าห้ามทิ้งผลิตภัณฑ์และแบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์พร้อมกับขยะในครัวเรือน คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งไปยังศูนย์บริการที่ทำหน้าที่รวบรวมขยะลักษณะนี้เพื่อนำแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไปรีไซเคิล การคัดแยกขยะและส่งรีไซเคิลจะช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากการทิ้งสารเคมีอันตรายในแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้วได้ที่สำนักงานท้องที่/เทศบาล หน่วยงานบริการเรื่องการเก็บขยะในครัวเรือน หรือร้านค้าที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์ ติดต่อ weee@microsoft.com เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WEEE และแบตเตอรี่ที่ไม่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์นี้มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อต้องการดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โปรดดูที่ เอกสารด้านการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

อุปกรณ์นี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล การแพทย์ หรืออุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยตรงจาก Microsoft อาจทำให้ผู้ใช้หมดสิทธิ์ในการใช้งานอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในงานสารสนเทศที่มีรายชื่ออยู่ใน NRTL (UL, CSA, ETL เป็นต้น) และ/หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน IEC/EN 60950-1 (มีเครื่องหมาย CE) ไม่มีชิ้นส่วนที่สามารถซ่อมแซมได้เอง อุปกรณ์นี้เป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์สำหรับใช้งานที่อุณหภูมิ +32ºF (+0ºC) ถึง +95ºF (+35ºC)

สำหรับลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

อุปกรณ์ดิจิตอล Class B นี้ได้มาตรฐานตาม Part 15 ของกฎข้อบังคับจาก U.S. Federal Communications Commission (FCC), Canadian ICES-003, RSS-Gen และ RSS-210 การใช้งานอุปกรณ์จะเป็นไปตามสภาวะสองประการได้แก่: (1) อุปกรณ์นี้จะไม่ทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณ และ (2) อุปกรณ์นี้จะต้องยอมรับการรบกวนสัญญาณ ซึ่งรวมถึงการรบกวนสัญญาณที่ทำให้เกิดการทำงานที่ไม่พึงประสงค์

การสัมผัสกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF)

อุปกรณ์นี้มีตัวส่งสัญญาณวิทยุ Wi-Fi และ Bluetooth® และได้รับการออกแบบ ผลิต และทดสอบเพื่อให้มีคุณภาพสอดคล้องกับคำแนะนำในการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ และอัตราเฉพาะในการดูดซับคลื่นความถี่ ซึ่งกำหนดโดย Federal Communications Commission (FCC), Industry Canada และภูมิภาคยุโรป

เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานคลื่นความถี่วิทยุจาก Wi-Fi และ Bluetooth ที่ร่างกายได้รับนั้นไม่เกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ในคำแนะนำของหน่วยงานข้างต้น ให้วางอุปกรณ์โดยอย่าให้ส่วนที่แสดงผลสัมผัสกับร่างกายโดยตรง เช่นอย่าวางหน้าจอแสดงผลลงกับตักหรือร่างกายส่วนบน

รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของคลื่นความถี่วิทยุได้ที่เว็บไซต์ของ FCC ที่ http://www.fcc.gov/oet/rfsafety และเว็บไซต์ของ Industry Canada ที่ http://www.ic.gc.ca/eic/site/smt-gst.nsf/eng/sf01904.html

กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์

ฮาร์ดแวร์ของ Microsoft สามารถแผ่รังสีคลื่นพลังงานความถี่วิทยุ (RF) ได้ หากไม่ได้ติดตั้งและใช้งานตามคำแนะนำที่ให้ไว้ในเอกสารที่พิมพ์แจกหรือไฟล์วิธีใช้ในเครื่องอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์อาจก่อให้เกิดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตรายกับอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้คลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันว่าจะไม่เกิดการรบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุในการติดตั้งแบบใดแบบหนึ่ง ในการพิจารณาว่าฮาร์ดแวร์ของคุณทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกับอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ หรือไม่ ให้ปิดฮาร์ดแวร์แล้วถอดปลั๊กที่ต่อกับแหล่งจ่ายไฟภายนอก ถ้าการรบกวนสัญญาณหยุดลง แสดงว่าการรบกวนสัญญาณอาจเกิดจากฮาร์ดแวร์ดังกล่าว ถ้าฮาร์ดแวร์นี้เป็นสาเหตุของการรบกวนสัญญาณ ให้ลองแก้ไขโดยใช้วิธีต่อไปนี้:

ย้ายที่ติดตั้งเสาอากาศของอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่น (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) จนกว่าการรบกวนสัญญาณจะหยุดลง
ย้ายฮาร์ดแวร์ให้ห่างจากวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือย้ายไปอีกด้านหนึ่งของวิทยุหรือโทรทัศน์
เสียบอุปกรณ์เข้ากับเต้ารับตำแหน่งอื่น เพื่อให้ฮาร์ดแวร์และวิทยุหรือโทรทัศน์อยู่คนละวงจรกัน และได้รับการควบคุมโดยเบรกเกอร์หรือฟิวส์คนละตัว
ถ้าจำเป็น กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือช่างซ่อมโทรทัศน์และวิทยุที่เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม รับข้อมูลเพิ่มเติมเก่ยวกับปัญหาการรบกวนสัญญาณได้ที่เว็บไซต์ FCC ที่: http://www.fcc.gov/cgb/consumerfacts/interference.html คุณยังสามารถโทรศัพท์ติดต่อ FCC ได้ที่ 1-888-CALL FCC เพื่อขอรับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณและการรบกวนสัญญาณโทรศัพท์

ผลิตภัณฑ์นี้จำกัดให้ใช้งานในอาคารเท่านั้น เพื่อลดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตราย โดยมีช่วงความถี่การปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตอยู่ในช่วง 5.15 ถึง 5.25 GHz

การใช้พลังงานของ EU

อุปกรณ์นี้สอดคล้องกับข้อบังคับคณะกรรมาธิการยุโรป COMMISSION REGULATION (EU) No 617/2013 ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2557 ซึ่งดำเนินการตามคำสั่ง Directive 2009/125/EC ของสภายุโรปและของคณะมนตรีเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (EcoDesign) สำหรับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์

ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในผลิตภัณฑ์นี้ได้เองโดยง่าย

(ตารางที่ 1)
รุ่น
ปีที่ผลิต
ETEC
ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์)
แหล่งจ่ายไฟ
(kWh)
ปิด
สลีป
ไม่ได้ใช้งาน
ประสิทธิภาพ
Surface RT
1516
2012
7.97
0.44
1.62
1.62
82.5%
Surface 2
1572
2013
9.9
0.41
2.20
2.20
82.5%
Surface 3
1645
2015
7.17
0.35
1.52
5.33
80.8%
Surface 3 (4G LTE)
1657
2015
15.61
0.36
2.50
6.89
80.8%
Surface Pro
1514
2013
25.95
1.07
1.61
7.20
86.7%
Surface Pro 2
1601
2013
12.20
0.62
0.72
3.16
86.7%
Surface Pro 3
1631
2014
21.26
0.69
2.07
6.03
85.6%

ชนิดและหมวดผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 2 (เพียงหมวดเดียวเท่านั้น)

‘คอมพิวเตอร์สเลท’ หมายถึง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กชนิดหนึ่งที่มีจอแสดงผลแบบไวต่อการสัมผัสรวมในตัวเครื่อง แต่ไม่มีคีย์บอร์ดต่อพ่วงที่เชื่อมต่อถาวร

ชื่อผู้ผลิต ชื่อทางการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

Microsoft Corporation
One Microsoft Way
Redmond, WA 98052
U.S.A.

หมายเลขรุ่นผลิตภัณฑ์

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ปีที่ผลิต

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดปิดใช้งานแล้วและหากระบบได้รับการทดสอบด้วยโหมดกราฟิกแบบสลับได้ในขณะที่ UMA ควบคุมจอแสดงผล

ไม่มีข้อมูล – ไม่มีการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดเปิดใช้งานแล้ว

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในสถานะไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดสลีป

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดสลีปพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดปิดเครื่อง

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดปิดเครื่องพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายในที่ 10 %, 20 %, 50 % และ 100 % ของกำลังไฟฟ้าออกพิกัด

ไม่มีข้อมูลเนื่องจากใช้ PSU ภายนอก

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายนอก

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ระดับเสียงรบกวน (ระดับกำลังเสียงถ่วงน้ำหนักแบบ A ที่ประกาศไว้) ของคอมพิวเตอร์

สำหรับ Surface Pro 3
RPM 30 ซม. 50 ซม.
10000 42.3 42.2 38.5
9000 40 40 36.2
8000 37 37.3 33.2
7000 33.5 33.6 29.7
6000 29.5 30.5 25.7
5000 24.8 24.8 21
4000 18.4 19.9 14.6
3000 9.8 10.7 6

จำนวนรอบการโหลดขั้นต่ำที่แบตเตอรี่สามารถทนได้ (ใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเท่านั้น)

Surface Pro 3 ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ ทั้งนี้ อันที่จริงมีข้อมูลจำเพาะ 2 อย่าง:
- ที่อุณหภูมิ 25 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ
- ที่อุณหภูมิ 45 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,000 รอบ

วิธีการวัดที่ใช้ในการระบุความต้องการพลังไฟฟ้า

EN 62623:2013 คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก – การวัดการใช้พลังงาน

ลำดับขั้นตอนเพื่อให้มีสถานะคงที่ตามความต้องการพลังไฟฟ้า

ทำการปิดเครื่องจาก OS ไม่ใช่ไฮเบอร์เนต

  • เปิดระบบ
  • เข้าสู่ระบบ OS
  • คุณอาจต้องการปิดใช้งานตัวจับเวลาตัวเลือกการจัดการพลังงานบางอย่างสำหรับโหมดสลีปและการปิดหน้าจอ
  • ไปที่เดสก์ท็อปดั้งเดิม
  • รอ 15 นาทีเพื่อให้ระบบคงที่และกระบวนการต่าง ๆ เรียบร้อย
  • เริ่มการวัด

คำอธิบายวิธีที่โหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องได้รับเลือกหรือตั้งโปรแกรม

  • Surface 3 และ Surface Pro 3 เป็นอุปกรณ์แบบไฮบริดและมีทั้ง InstantGo เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เปิดเครื่องติดทันทีและทันสมัยเสมอ และโหมดไฮเบอร์เนตเพื่อประหยัดอายุแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์
  • เมื่อใช้แบตเตอรี่ เครื่องจะเข้าสู่โหมด InstantGo หลังจากไม่ได้ใช้งาน 4 นาที ส่วนเมื่อใช้ PSU เครื่องจะเข้าสู่โหมดนี้หลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาที และโหมดจะคงอยู่ตลอด 4 ชั่วโมงที่ไม่มีการใช้งาน และหลังจากนั้นจะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต

ลำดับขั้นตอนที่จำเป็นในการเข้าสู่โหมดที่อุปกรณ์จะเปลี่ยนเป็นโหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ด้านล่าง :
(ตารางที่ 2)
สถานะพลังงาน
สิ่งที่ทำได้
ด้วย Type Cover
ด้วยปุ่ม
ด้วย UI
โดยอัตโนมัติหลังจาก _____ (ค่าเริ่มต้น)
InstantGo

ปิดหน้าจอ

พีซีเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ

ตรวจหาการแจ้งเตือน การปรับปรุง และอีเมล

ปิดฝาปิด
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง แล้วปล่อย

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

สลีป

4 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้แบตเตอรี่
10 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้ PSU
ไฮเบอร์เนต
บันทึกทุกอย่างลงในฮาร์ดไดรฟ์
คืนค่ากลับไปยังเซสชันก่อนหน้าของคุณเมื่อพีซีเปิดขึ้นอีกครั้ง
no
no
(พร้อมท์คำสั่งจากเดสก์ท็อป)
4 ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้งาน (แบตเตอรี่หรือ PSU)
เริ่มระบบใหม่
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะเริ่มระบบพีซีใหม่
no
no

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

เริ่มระบบใหม่

no
ปิด
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะปิดพีซี
no
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้ 2 วินาที

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

ปิดเครื่อง

no

ระยะเวลาของสภาวะสถานะไม่ได้ใช้งานก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเข้าสู่โหมดสลีปโดยอัตโนมัติหรือสภาวะอื่นที่ไม่เกินข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องสำหรับโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาหลังจากช่วงที่ผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานซึ่งคอมพิวเตอร์จะเข้าุสู่โหมดพลังงานที่มีข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าต่ำกว่าโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาก่อนที่โหมดสลีปของจอแสดงผลถูกตั้งให้เปิดใช้งานหลังจากผู้ใช้ไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับศักยภาพการประหยัดพลังงานของฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

Surface 3 และ Surface Pro 3 ได้รับการตั้งค่าล่วงหน้าพร้อมแผนการใช้งานพลังงานที่ทำให้ประสิทธิภาพสมดุลกับการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติ แผนนี้จะสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดสลีปหลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาทีเมื่อเสียบปลั๊กอยู่ หน้าจอได้รับการตั้งค่าไว้ที่ครึ่งหนึ่งของระดับความสว่างสูงสุด
Surface 3 และ Surface Pro 3 ใช้ประมาณสองวัตต์ขณะอยู่ในโหมดสลีป คุณสามารถลดพลังงานเหลือน้อยกว่า 0.7 วัตต์โดยปิด Surface ของคุณหลังจากใช้งาน คุณสามารถประหยัดได้เพิ่มเติมขณะใช้งานโดยหรี่แสงหน้าจอให้ต่ำกว่าขีดจำกัดที่ตั้งไว้ก่อน

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับวิธีเปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

โปรดไปที่ แบตเตอรี่และพลังงาน Surface Pro และ Surface 3 เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีจอแสดงผลในตัวซึ่งมีปรอทอยู่ ปริมาณรวมของปรอทอยู่ที่ X,X มก.

ไม่มีข้อมูล - ไม่มีปรอท

การปฏิบัติตาม Energy Star

energy-star

ENERGY STAR® เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อประหยัดเงินและปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์และแนวปฏิบัติที่ประหยัดพลังงาน

ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้ได้รับการออกแบบและทดสอบเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการ ENERGY STAR สำหรับคอมพิวเตอร์

Surface 3 และ Surface Pro 3

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ ENERGY STAR และใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะการจัดการพลังงานของคอมพิวเตอร์ คุณสามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ การลดการใช้ไฟฟ้าสามารถทำให้ประหยัดเงิน มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ENERGY STAR โปรดไปที่:

http://www.energystar.gov

  • โปรดดูที่ตารางที่ 2 ข้างต้นสำหรับการตั้งค่าพลังงานและการจับเวลาเริ่มต้น
  • หากต้องการเรียก Surface กลับสู่การทำงานจากโหมดสลีป ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของ Surface ค้างไว้

คำแนะนำในการทำความสะอาดและการใช้งาน

ใช้งานอุปกรณ์ของคุณด้วยความระมัดระวังเพื่อปกป้องตัวเครื่องภายนอก สำหรับคำแนะนำในการทำความสะอาดสำหรับ Surface และอุปกรณ์เสริม กรุณาดูที่ ทำความสะอาดและดูแลรักษา Surface ของคุณ

 สัญลักษณ์นี้ หมายถึง ข้อความเตือนเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยในคู่มือการใช้อุปกรณ์ฉบับนี้

คำเตือน: อ่านข้อมูลด้านความปลอดภัยและสุขภาพ
อ่านคำแนะนำนี้เพื่อรับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพ พร้อมข้อกำหนดการรับประกันแบบจำกัดที่คุ้มครองอุปกรณ์ Microsoft® ที่คุณได้ซื้อมา เก็บเอกสารคู่มือที่พิมพ์แจกไว้เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือทำการติดตั้ง ใช้งาน และดูแลรักษาด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือความเสียหายกับผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อย่าพยายามซ่อมแซม
อย่าพยายามถอดแยก เปิด ซ่อมแซม หรือดัดแปลงผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เสริม หรือแหล่งจ่ายไฟ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูดหรืออันตรายอื่นๆ หากพบว่ามีหลักฐานการเปิดและ/หรือดัดแปลงแก้ไขอุปกรณ์ รวมถึงการลอก การเจาะรู หรือการถอดป้ายฉลากใดๆ จะถือว่าการรับประกันแบบจำกัดเป็นโมฆะ

คำเตือน: ความปลอดภัยของอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ

หากไม่ปฏิบัติตามข้อควรระวังต่อไปนี้อาจทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตเนื่องจากไฟฟ้าดูดหรือเพลิงไหม้ หรืออุปกรณ์อาจเกิดความเสียหาย ในการเลือกแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับอุปกรณ์:

  • ใช้แหล่งจ่ายไฟ อะแดปเตอร์ปลั๊ก และสายไฟกระแสสลับที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์หรือซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายของ Microsoft ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • ห้ามใช้อุปกรณ์จ่ายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรืออินเวอร์เตอร์ แม้ว่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถี่จะอยู่ในค่าที่เหมาะสม ใช้พลังงานไฟฟ้ากระแสสลับจากเต้ารับมาตรฐานบนกำแพงเท่านั้น
  • ห้ามต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าบนเต้ารับบนกำแพง สายพ่วง รางปลั๊ก หรือเต้ารับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ มากเกินไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งหมด (ในหน่วยแอมป์ [A]) ให้กับอุปกรณ์ (ซึ่งจะระบุไว้แหล่งจ่ายไฟ) และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในวงจรได้ใช้งานอย่างเพียงพอ
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟฟ้ากระแสสลับสามารถพับเก็บได้ ต้องกางปลั๊กออกมาให้สุด แล้วจึงเสียบอะแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟกระแสสลับสามารถถอดได้ และมีแหล่งจ่ายไฟที่ใช้อะแดปเตอร์อเนกประสงค์ ก่อนเสียบอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกชุดปลั๊กไฟที่ถูกต้องเหมาะกับเต้ารับ และปลั๊กได้ยึดแน่นกับอะแดปเตอร์แล้ว

คำเตือน: ความปลอดภัยของสายเคเบิลและสายไฟ

จัดวางสายเคเบิลและสายไฟเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นหรือสัตว์เลี้ยงสะดุดหรือกระชากออกโดยไม่ได้ตั้งใจขณะเดินผ่านบริเวณที่เสียบปลั๊ก ห้ามไม่ให้เด็กเล่นกับสายเคเบิลและสายไฟ

เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟและแหล่งจ่ายไฟเสียหาย

  • ระวังอย่าให้คนเหยียบสายไฟ
  • ระวังอย่าให้สายไฟถูกหนีบหรือหักงอ โดยเฉพาะในขณะต่อกับเต้ารับบนกำแพง แหล่งจ่ายไฟ และอุปกรณ์
  • ห้ามกระชาก ผูกปม หัก หรือใช้งานสายไฟอย่างไม่เหมาะสม
  • ห้ามนำสายไฟสัมผัสกับความร้อน
  • ระวังอย่าให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สายไฟ ห้ามกัดหรือแทะสายไฟ
  • ถอดสายไฟโดยจับที่ปลั๊กแล้วดึง อย่าจับที่สายไฟแล้วดึง
  • หากสายไฟหรือแหล่งจ่ายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันที
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ของคุณหากบริเวณนั้นมีพายุฝน หรือเมื่อไม่ใช้งานเป็นระยะเวลานาน
  • สำหรับอุปกรณ์ที่มีสายไฟกระแสสลับเชื่อมต่ออยู่กับแหล่งจ่ายไฟ ให้เสียบสายไฟตามคำแนะนำต่อไปนี้เสมอ
  • ขั้นตอนที่ 1:  เสียบสายไฟกระแสสลับเข้ากับแหล่งจ่ายไฟให้แน่นสนิท
    ขั้นตอนที่ 2:  เสียบปลายอีกด้านของสายไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
คำเตือน: ความปลอดภัยของแบตเตอรี่
อุปกรณ์นี้มีแบตเตอรี่ในตัว การใช้ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดระเบิด ห้ามให้ความร้อน เปิดออก เจาะรู ตัดแยก หรือเผาทำลายผลิตภัณฑ์ด้วยไฟ ห้ามนำอุปกรณ์ตากแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่ละลายหรือเสียหาย ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอุปกรณ์นี้เองได้ และควรดำเนินการโดย Microsoft หรือผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองจาก Microsoft

คำเตือน: อย่าใช้งานใกล้น้ำ
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้หรือไฟดูด อย่าใช้อุปกรณ์นี้ใกล้กับน้ำและอย่าให้อุปกรณ์สัมผัสกับฝนหรือความชื้น อย่าพยายามใช้ที่เป่าผมหรือเตาไมโครเวฟเพื่อทำให้อุปกรณ์แห้ง

คำเตือน: ความปลอดภัยในการได้ยิน
  • กำหนดระดับเสียงให้ดังพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่เงียบ และอย่าเปิดเสียงดังกว่านี้ อย่าเพิ่มระดับเสียงขึ้นหลังจากที่คุณเริ่มได้ยิน หูของคุณอาจปรับตัวกับเสียงที่ดังเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้รู้สึกปกติเมื่อได้ยินเสียงดัง แต่เสียงที่ดังยังคงทำลายการได้ยินของคุณอยู่
  • ห้ามเพิ่มระดับเสียงเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เสียงรอบข้างที่รวมกับเสียงจากหูฟังสามารถทำลายการรับฟังของคุณได้ หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวนสามารถลดเสียงรอบข้างได้อยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องเพิ่มเสียง
  • ถ้าคุณไม่เข้าใจเสียงพูดคุยปกติของบุคคลรอบข้าง ให้ลดระดับเสียงลง เสียงที่ดังกว่าบทสนทนาปกติสามารถทำให้การรับฟังเสียหาย แม้ว่าจะใช้หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวน คุณก็ยังควรได้ยินผู้คนรอบข้างพูดอยู่

จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด

ยิ่งคุณฟังเสียงดังเป็นเวลานานเท่าใด การรับฟังของคุณก็จะยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเสียงดังขึ้น หูก็จะเสียหายเร็วขึ้น

  • จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด เมื่อปรับเสียงให้ดังที่สุด การฟังเพลงบนอุปกรณ์ด้วยชุดหูฟังเพียง 15 นาทีก็สามารถทำลายการรับฟังของคุณได้อย่างถาวร
  • ระดับเสียงที่ค่อยกว่านี้ยังสามารถทำลายการรับฟังได้หากฟังติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง
  • เสียงทั้งหมดที่คุณได้ยินในระหว่างวันจะบวกสะสมเพิ่มขึ้น ถ้าคุณต้องฟังเสียงดังจากแหล่งอื่นๆ ร่วมด้วย หูของคุณจะเสียหายเร็วขึ้นเมื่อฟังเสียงดังจากอุปกรณ์
  • เพื่อใช้งานอุปกรณ์อย่างปลอดภัยโดยไม่จำกัดเวลา ลดเสียงลงมาให้เบาพอที่จะสามารถพูดคุยกับผู้คนรอบข้างได้ตามปกติ

ระวังอาการสูญเสียการได้ยิน

หยุดใช้อุปกรณ์นี้และรับการตรวจหูหากมีอาการต่อไปนี้

  • สูญเสียการได้ยิน
  • ได้ยินเสียงก้องในหู
  • เสียงพูดของคุณค่อยลง ได้ยินไม่ชัดเจน
  • เสียงที่ได้ยินไม่มีน้ำหนัก

คุณควรรับการตรวจหูเป็นประจำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการได้ยิน

คำเตือน: ระวังบริเวณโดยรอบ
เพื่อลดอันตรายจากการบาดเจ็บเนื่องจากการขาดสมาธิขณะใช้อุปกรณ์นี้ ให้ใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ขี่จักรยาน หรือเดิน การใช้อุปกรณ์นี้อย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับหูฟัง (แม้จะเสียบหูฟังที่หูเพียงข้างเดียว) พร้อมกับขับรถหรือขี่จักรยานเป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำ และอาจผิดกฎหมายในบางพื้นที่ ศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์มือถือในพื้นที่ที่คุณขับขี่ยานพาหนะ การใช้อุปกรณ์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะทำให้เสียสมาธิ คุณจะต้องมีสมาธิกับการขับขี่และสภาพถนนอย่างเต็มที่ ลดระดับเสียงให้เบาพอที่จะได้ยินเสียงพูดคุยของคนรอบข้าง และเสียงที่เตือนอันตรายเช่นสัญญาณเตือนเวลาเกิดเพลิงไหม้

คำเตือน: หลีกเลี่ยงถุงลมนิรภัย
สำหรับรถที่มีการติดตั้งถุงลมนิรภัย อย่าวางอุปกรณ์หรือวัตถุอื่นไว้ใกล้กับถุงลมนิรภัย ถ้าถุงลมทำงาน วัตถุที่วางอยู่ด้านบนหรือวางไว้ใกล้เคียงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้

คำเตือน: อาการลมชักจากการไวต่อแสง

บุคคลจำนวนเล็กน้อยอาจมีอาการลมชักเมื่อมองภาพบางอย่าง รวมถึงแสงกระพริบหรือลวดลายที่ปรากฏในวิดีโอเกม แม้แต่ผู้ที่ไม่มีประวัติอาการชักหรือไม่ได้เป็นโรคลมชักก็อาจมีอาการ “ลมชักจากแสง” ขณะมองภาพในวิดีโอเกมได้ ซึ่งอาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน

อาการลมชักเหล่านี้อาจมีอาการแตกต่างกันไปเช่นเวียนหัว เห็นภาพผิดเพี้ยน ดวงตาหรือใบหน้าบิดเบี้ยว แขนขากระตุกหรือสั่น ควบคุมร่างกายไม่ได้ เกิดอาการสับสน หรือหมดสติชั่วขณะ

อาการลมชักอาจทำให้หมดสติหรือการชักกระตุก ซึ่งทำให้ล้มลงหรือกระแทกกับวัตถุรอบข้าง ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

หยุดเล่นอุปกรณ์และพบแพทย์ทันทีหากคุณเกิดอาการเหล่านี้ ผู้ปกครองควรดูแลและสอบถามบุตรหลานเกี่ยวกับอาการข้างต้น เด็กและวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดอาการนี้มากกว่าผู้ใหญ่ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดลมชักจากแสงได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้:

  • นั่งให้ห่างจากจอวิดีโอมากขึ้น
  • ใช้หน้าจอวิดีโอที่เล็กกว่านี้
  • เล่นเกมในที่ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ
  • ห้ามเล่นขณะง่วงนอนหรือเหนื่อยล้า

ถ้าคุณหรือญาติพี่น้องมีประวัติการเป็นลมชัก ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเล่น


คำเตือน: กระจกหน้าจอสัมผัส
หน้าจอสัมผัสนี้ผลิตจากกระจก กระจกนี้อาจแตกได้ถ้าทำอุปกรณ์หล่นบนพื้นแข็งหรือถูกกระแทกอย่างรุนแรง เพื่อลดอันตรายจากการถูกกระจกบาดเมื่อหน้าจอแตกร้าว อย่าสัมผัสหรือพยายามแกะกระจกที่แตกออกมา กระจกที่แตกร้าวเนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากการรับประกันแบบจำกัดของผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อันตรายจากการขาดอากาศหายใจ
อุปกรณ์นี้อาจมีชิ้นส่วนขนาดเล็กซึ่งอาจติดคอเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี อย่าให้เด็กอยู่ใกล้ชิ้นส่วนเหล่านี้

คำเตือน: ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการรบกวนสัญญาณ
ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณในตำแหน่งที่มีประกาศแจ้งให้ปิด เมื่อขึ้นเครื่องบิน ให้ปิดอุปกรณ์ของคุณเมื่อเจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งให้ปิด หรือปิดก่อนบรรจุอุปกรณ์ไร้สายลงในกระเป๋าสัมภาระ อุปกรณ์นี้มีการทำงานใน “โหมดเครื่องบิน” กรุณาปรึกษาเจ้าหน้าที่สายการบินเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ระหว่างอยู่บนเครื่อง

คำเตือน: บรรยากาศที่อาจทำให้เกิดการระเบิด
บริเวณที่อาจมีบรรยากาศที่ทำให้เกิดการระเบิดมักจะมีการประกาศเตือนอันตราย ซึ่งอาจไม่มีประกาศในบางแห่ง บริเวณเหล่านี้รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นใต้ท้องเรือ ศูนย์ปฏิบัติงานที่มีการขนย้ายหรือจัดเก็บเชื้อเพลิงหรือสารเคมี หรือสถานที่ที่มีสารเคมีหรืออนุภาคต่างๆ เช่นผงจากเมล็ดพืช หรือผงโลหะในอากาศ เมื่อคุณอยู่ในบริเวณดังกล่าว ให้ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ และอย่าถอดหรือประกอบที่ชาร์จแบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อาจเกิดประกายไฟในบริเวณดังกล่าวทำให้เกิดระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้

ข้อควรระวัง: ชิ้นส่วนของอุปกรณ์นี้เป็นแม่เหล็ก
อาจมีการดึงดูดวัสดุที่เป็นโลหะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดประกายไฟ ให้ตรวจสอบว่าขั้วไฟฟ้าไม่มีวัสดุโลหะขวางอยู่ ก่อนทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงที่สนามแม่เหล็กจะรบกวนการอ่านค่าเข็มทิศ รบกวนการทำงานของเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ หรือทำลายข้อมูลที่เก็บในสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก ห้ามวางบัตรเครดิตหรือสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อแม่เหล็กไว้ใกล้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ข้อควรระวัง: อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคล

ความถี่วิทยุที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำงานผิดพลาดได้ แม้ว่าอุปกรณ์นี้จะได้รับการออกแบบ ทดสอบ และผลิตขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ควบคุมการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุในประเทศต่างๆ เช่นสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น อุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายและวงจรไฟฟ้าในอุปกรณ์อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้ ดังนั้นกรุณาปฏิบัติตามข้อควรระวังดังต่อไปนี้:

เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ สมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์สหรัฐอเมริกา (Health Industry Manufacturers Association) แนะนำให้ใช้งานอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณกับเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ

บุคคลที่ใช้เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ:

  • ควรวางอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เมื่อเปิดอุปกรณ์ไร้สาย
  • ไม่ควรพกอุปกรณ์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
  • ถ้าคุณสงสัยว่าอาจมีการรบกวนสัญญาณ ให้ปิดอุปกรณ์ทันที

อุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ

ถ้าคุณใช้อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคลอื่นๆ ให้ปรึกษาผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ใกล้กับอุปกรณ์การแพทย์


ข้อควรระวัง: คำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพ

การใช้อุปกรณ์ป้อนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือพิการ ขณะใช้คอมพิวเตอร์คุณอาจมีอาการไม่สบายที่มือ แขน ไหล่ คอ หรือส่วนอื่นของร่างกาย เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณพบอาการที่เกิดขึ้นเรื้อรังหรือเกิดซ้ำบ่อยครั้งเช่นอาการไม่สบาย เจ็บ ปวดเป็นจังหวะ ปวด รู้สึกเหมือนถูกเข็มแทง เหน็บชา แสบร้อน หรือเกร็ง อย่ามองข้ามอาการเหล่านี้ พบแพทย์ที่ผ่านการรับรองเพื่อรับการรักษาทันที แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นขณะที่คุณไม่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่ทรมาน และอาจส่งผลร้ายแรงทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือพิการอย่างถาวรกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อและกระดูก (MSD) รวมถึงอาการเจ็บป่วยที่ Carpal Tunnel, โรคเส้นเอ็นอักเสบ, โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ และอาการอื่นๆ แม้นักวิจัยยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดเกี่ยวกับ MSD แต่ก็มีผลการทดลองที่พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยหลายอย่างต่อไปนี้มีผลกับการเกิดโรค รวมถึง: สุขภาพโดยรวม ความเครียดและการจัดการความเครียด อาการทางการแพทย์และสภาพร่างกาย ตำแหน่งการวางร่างกายขณะทำงานและทำกิจกรรมอื่น (รวมถึงการใช้แป้นพิมพ์และเมาส์) ระยะเวลาที่บุคคลดังกล่าวทำกิจกรรมอาจเป็นปัจจัยร่วมด้วย

ดูคำแนะนำบางประการที่อาจช่วยให้คุณทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้สบายยิ่งขึ้นและอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรค MSD ได้ที่ คำแนะนำเพื่อการใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยต่อสุขภาพ


ข้อควรระวัง: ปัญหาเกี่ยวกับความร้อน

อุปกรณ์นี้อาจเกิดความร้อนสูงระหว่างการใช้งานปกติ อุปกรณ์นี้มีขีดจำกัดอุณหภูมิพื้นผิวที่ผู้ใช้สัมผัสได้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดโดยมาตรฐานสากลว่าด้วยความปลอดภัยของอุปกรณ์ในงานสารสนเทศ (International Standard for Safety of Information Technology Equipment) (IEC 60950-1) เพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  • วางอุปกรณ์ของคุณบนพื้นผิวที่มั่นคง ให้มีการระบายอากาศมากพอที่ด้านล่างและโดยรอบอุปกรณ์
  • ใช้ความระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์บนหมอน ผ้าห่ม หรือวัสดุนุ่มอื่นๆ เนื่องจากวัสดุอาจปิดกั้นทางเดินอากาศ ทำให้อุปกรณ์เกิดความร้อนสูง
  • ถ้าวางอุปกรณ์บนตักแล้วรู้สึกร้อนจนไม่สบายตัว ให้นำออกไปวางที่อื่นซึ่งมีความมั่นคง

ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับ

การทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ต้องจำกัดทิ้งแบบพิเศษ สัญลักษณ์นี้ซึ่งปรากฏบนผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ มีความหมายว่าห้ามทิ้งผลิตภัณฑ์และแบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์พร้อมกับขยะในครัวเรือน คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งไปยังศูนย์บริการที่ทำหน้าที่รวบรวมขยะลักษณะนี้เพื่อนำแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไปรีไซเคิล การคัดแยกขยะและส่งรีไซเคิลจะช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากการทิ้งสารเคมีอันตรายในแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้วได้ที่สำนักงานท้องที่/เทศบาล หน่วยงานบริการเรื่องการเก็บขยะในครัวเรือน หรือร้านค้าที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์ ติดต่อ weee@microsoft.com เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WEEE และแบตเตอรี่ที่ไม่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์นี้มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อต้องการดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โปรดดูที่ เอกสารด้านการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

อุปกรณ์นี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล การแพทย์ หรืออุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยตรงจาก Microsoft อาจทำให้ผู้ใช้หมดสิทธิ์ในการใช้งานอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในงานสารสนเทศที่มีรายชื่ออยู่ใน NRTL (UL, CSA, ETL เป็นต้น) และ/หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน IEC/EN 60950-1 (มีเครื่องหมาย CE) ไม่มีชิ้นส่วนที่สามารถซ่อมแซมได้เอง อุปกรณ์นี้เป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์สำหรับใช้งานที่อุณหภูมิ +32ºF (+0ºC) ถึง +95ºF (+35ºC)

สำหรับลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

อุปกรณ์ดิจิตอล Class B นี้ได้มาตรฐานตาม Part 15 ของกฎข้อบังคับจาก U.S. Federal Communications Commission (FCC), Canadian ICES-003, RSS-Gen และ RSS-210 การใช้งานอุปกรณ์จะเป็นไปตามสภาวะสองประการได้แก่: (1) อุปกรณ์นี้จะไม่ทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณ และ (2) อุปกรณ์นี้จะต้องยอมรับการรบกวนสัญญาณ ซึ่งรวมถึงการรบกวนสัญญาณที่ทำให้เกิดการทำงานที่ไม่พึงประสงค์

การสัมผัสกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF)

อุปกรณ์นี้มีตัวส่งสัญญาณวิทยุ Wi-Fi และ Bluetooth® และได้รับการออกแบบ ผลิต และทดสอบเพื่อให้มีคุณภาพสอดคล้องกับคำแนะนำในการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ และอัตราเฉพาะในการดูดซับคลื่นความถี่ ซึ่งกำหนดโดย Federal Communications Commission (FCC), Industry Canada และภูมิภาคยุโรป

เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานคลื่นความถี่วิทยุจาก Wi-Fi และ Bluetooth ที่ร่างกายได้รับนั้นไม่เกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ในคำแนะนำของหน่วยงานข้างต้น ให้วางอุปกรณ์โดยอย่าให้ส่วนที่แสดงผลสัมผัสกับร่างกายโดยตรง เช่นอย่าวางหน้าจอแสดงผลลงกับตักหรือร่างกายส่วนบน

รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของคลื่นความถี่วิทยุได้ที่เว็บไซต์ของ FCC ที่ http://www.fcc.gov/oet/rfsafety และเว็บไซต์ของ Industry Canada ที่ http://www.ic.gc.ca/eic/site/smt-gst.nsf/eng/sf01904.html

กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์

ฮาร์ดแวร์ของ Microsoft สามารถแผ่รังสีคลื่นพลังงานความถี่วิทยุ (RF) ได้ หากไม่ได้ติดตั้งและใช้งานตามคำแนะนำที่ให้ไว้ในเอกสารที่พิมพ์แจกหรือไฟล์วิธีใช้ในเครื่องอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์อาจก่อให้เกิดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตรายกับอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้คลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันว่าจะไม่เกิดการรบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุในการติดตั้งแบบใดแบบหนึ่ง ในการพิจารณาว่าฮาร์ดแวร์ของคุณทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกับอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ หรือไม่ ให้ปิดฮาร์ดแวร์แล้วถอดปลั๊กที่ต่อกับแหล่งจ่ายไฟภายนอก ถ้าการรบกวนสัญญาณหยุดลง แสดงว่าการรบกวนสัญญาณอาจเกิดจากฮาร์ดแวร์ดังกล่าว ถ้าฮาร์ดแวร์นี้เป็นสาเหตุของการรบกวนสัญญาณ ให้ลองแก้ไขโดยใช้วิธีต่อไปนี้:

ย้ายที่ติดตั้งเสาอากาศของอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่น (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) จนกว่าการรบกวนสัญญาณจะหยุดลง
ย้ายฮาร์ดแวร์ให้ห่างจากวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือย้ายไปอีกด้านหนึ่งของวิทยุหรือโทรทัศน์
เสียบอุปกรณ์เข้ากับเต้ารับตำแหน่งอื่น เพื่อให้ฮาร์ดแวร์และวิทยุหรือโทรทัศน์อยู่คนละวงจรกัน และได้รับการควบคุมโดยเบรกเกอร์หรือฟิวส์คนละตัว
ถ้าจำเป็น กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือช่างซ่อมโทรทัศน์และวิทยุที่เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม รับข้อมูลเพิ่มเติมเก่ยวกับปัญหาการรบกวนสัญญาณได้ที่เว็บไซต์ FCC ที่: http://www.fcc.gov/cgb/consumerfacts/interference.html คุณยังสามารถโทรศัพท์ติดต่อ FCC ได้ที่ 1-888-CALL FCC เพื่อขอรับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณและการรบกวนสัญญาณโทรศัพท์

ผลิตภัณฑ์นี้จำกัดให้ใช้งานในอาคารเท่านั้น เพื่อลดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตราย โดยมีช่วงความถี่การปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตอยู่ในช่วง 5.15 ถึง 5.25 GHz

การใช้พลังงานของ EU

อุปกรณ์นี้สอดคล้องกับข้อบังคับคณะกรรมาธิการยุโรป COMMISSION REGULATION (EU) No 617/2013 ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2557 ซึ่งดำเนินการตามคำสั่ง Directive 2009/125/EC ของสภายุโรปและของคณะมนตรีเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (EcoDesign) สำหรับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์

ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในผลิตภัณฑ์นี้ได้เองโดยง่าย

(ตารางที่ 1)
รุ่น
ปีที่ผลิต
ETEC
ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์)
แหล่งจ่ายไฟ
(kWh)
ปิด
สลีป
ไม่ได้ใช้งาน
ประสิทธิภาพ
Surface RT
1516
2012
7.97
0.44
1.62
1.62
82.5%
Surface 2
1572
2013
9.9
0.41
2.20
2.20
82.5%
Surface 3
1645
2015
7.17
0.35
1.52
5.33
80.8%
Surface 3 (4G LTE)
1657
2015
15.61
0.36
2.50
6.89
80.8%
Surface Pro
1514
2013
25.95
1.07
1.61
7.20
86.7%
Surface Pro 2
1601
2013
12.20
0.62
0.72
3.16
86.7%
Surface Pro 3
1631
2014
21.26
0.69
2.07
6.03
85.6%

ชนิดและหมวดผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 2 (เพียงหมวดเดียวเท่านั้น)

‘คอมพิวเตอร์สเลท’ หมายถึง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กชนิดหนึ่งที่มีจอแสดงผลแบบไวต่อการสัมผัสรวมในตัวเครื่อง แต่ไม่มีคีย์บอร์ดต่อพ่วงที่เชื่อมต่อถาวร

ชื่อผู้ผลิต ชื่อทางการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

Microsoft Corporation
One Microsoft Way
Redmond, WA 98052
U.S.A.

หมายเลขรุ่นผลิตภัณฑ์

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ปีที่ผลิต

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดปิดใช้งานแล้วและหากระบบได้รับการทดสอบด้วยโหมดกราฟิกแบบสลับได้ในขณะที่ UMA ควบคุมจอแสดงผล

ไม่มีข้อมูล – ไม่มีการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดเปิดใช้งานแล้ว

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในสถานะไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดสลีป

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดสลีปพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดปิดเครื่อง

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดปิดเครื่องพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายในที่ 10 %, 20 %, 50 % และ 100 % ของกำลังไฟฟ้าออกพิกัด

ไม่มีข้อมูลเนื่องจากใช้ PSU ภายนอก

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายนอก

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ระดับเสียงรบกวน (ระดับกำลังเสียงถ่วงน้ำหนักแบบ A ที่ประกาศไว้) ของคอมพิวเตอร์

สำหรับ Surface Pro 3
RPM 30 ซม. 50 ซม.
10000 42.3 42.2 38.5
9000 40 40 36.2
8000 37 37.3 33.2
7000 33.5 33.6 29.7
6000 29.5 30.5 25.7
5000 24.8 24.8 21
4000 18.4 19.9 14.6
3000 9.8 10.7 6

จำนวนรอบการโหลดขั้นต่ำที่แบตเตอรี่สามารถทนได้ (ใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเท่านั้น)

Surface Pro 3 ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ ทั้งนี้ อันที่จริงมีข้อมูลจำเพาะ 2 อย่าง:
- ที่อุณหภูมิ 25 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ
- ที่อุณหภูมิ 45 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,000 รอบ

วิธีการวัดที่ใช้ในการระบุความต้องการพลังไฟฟ้า

EN 62623:2013 คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก – การวัดการใช้พลังงาน

ลำดับขั้นตอนเพื่อให้มีสถานะคงที่ตามความต้องการพลังไฟฟ้า

ทำการปิดเครื่องจาก OS ไม่ใช่ไฮเบอร์เนต

  • เปิดระบบ
  • เข้าสู่ระบบ OS
  • คุณอาจต้องการปิดใช้งานตัวจับเวลาตัวเลือกการจัดการพลังงานบางอย่างสำหรับโหมดสลีปและการปิดหน้าจอ
  • ไปที่เดสก์ท็อปดั้งเดิม
  • รอ 15 นาทีเพื่อให้ระบบคงที่และกระบวนการต่าง ๆ เรียบร้อย
  • เริ่มการวัด

คำอธิบายวิธีที่โหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องได้รับเลือกหรือตั้งโปรแกรม

  • Surface 3 และ Surface Pro 3 เป็นอุปกรณ์แบบไฮบริดและมีทั้ง InstantGo เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เปิดเครื่องติดทันทีและทันสมัยเสมอ และโหมดไฮเบอร์เนตเพื่อประหยัดอายุแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์
  • เมื่อใช้แบตเตอรี่ เครื่องจะเข้าสู่โหมด InstantGo หลังจากไม่ได้ใช้งาน 4 นาที ส่วนเมื่อใช้ PSU เครื่องจะเข้าสู่โหมดนี้หลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาที และโหมดจะคงอยู่ตลอด 4 ชั่วโมงที่ไม่มีการใช้งาน และหลังจากนั้นจะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต

ลำดับขั้นตอนที่จำเป็นในการเข้าสู่โหมดที่อุปกรณ์จะเปลี่ยนเป็นโหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ด้านล่าง :
(ตารางที่ 2)
สถานะพลังงาน
สิ่งที่ทำได้
ด้วย Type Cover
ด้วยปุ่ม
ด้วย UI
โดยอัตโนมัติหลังจาก _____ (ค่าเริ่มต้น)
InstantGo

ปิดหน้าจอ

พีซีเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ

ตรวจหาการแจ้งเตือน การปรับปรุง และอีเมล

ปิดฝาปิด
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง แล้วปล่อย

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

สลีป

4 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้แบตเตอรี่
10 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้ PSU
ไฮเบอร์เนต
บันทึกทุกอย่างลงในฮาร์ดไดรฟ์
คืนค่ากลับไปยังเซสชันก่อนหน้าของคุณเมื่อพีซีเปิดขึ้นอีกครั้ง
no
no
(พร้อมท์คำสั่งจากเดสก์ท็อป)
4 ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้งาน (แบตเตอรี่หรือ PSU)
เริ่มระบบใหม่
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะเริ่มระบบพีซีใหม่
no
no

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

เริ่มระบบใหม่

no
ปิด
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะปิดพีซี
no
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้ 2 วินาที

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

ปิดเครื่อง

no

ระยะเวลาของสภาวะสถานะไม่ได้ใช้งานก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเข้าสู่โหมดสลีปโดยอัตโนมัติหรือสภาวะอื่นที่ไม่เกินข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องสำหรับโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาหลังจากช่วงที่ผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานซึ่งคอมพิวเตอร์จะเข้าุสู่โหมดพลังงานที่มีข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าต่ำกว่าโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาก่อนที่โหมดสลีปของจอแสดงผลถูกตั้งให้เปิดใช้งานหลังจากผู้ใช้ไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับศักยภาพการประหยัดพลังงานของฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

Surface 3 และ Surface Pro 3 ได้รับการตั้งค่าล่วงหน้าพร้อมแผนการใช้งานพลังงานที่ทำให้ประสิทธิภาพสมดุลกับการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติ แผนนี้จะสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดสลีปหลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาทีเมื่อเสียบปลั๊กอยู่ หน้าจอได้รับการตั้งค่าไว้ที่ครึ่งหนึ่งของระดับความสว่างสูงสุด
Surface 3 และ Surface Pro 3 ใช้ประมาณสองวัตต์ขณะอยู่ในโหมดสลีป คุณสามารถลดพลังงานเหลือน้อยกว่า 0.7 วัตต์โดยปิด Surface ของคุณหลังจากใช้งาน คุณสามารถประหยัดได้เพิ่มเติมขณะใช้งานโดยหรี่แสงหน้าจอให้ต่ำกว่าขีดจำกัดที่ตั้งไว้ก่อน

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับวิธีเปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

โปรดไปที่ แบตเตอรี่และพลังงาน Surface Pro และ Surface 3 เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีจอแสดงผลในตัวซึ่งมีปรอทอยู่ ปริมาณรวมของปรอทอยู่ที่ X,X มก.

ไม่มีข้อมูล - ไม่มีปรอท

การปฏิบัติตาม Energy Star

energy-star

ENERGY STAR® เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อประหยัดเงินและปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์และแนวปฏิบัติที่ประหยัดพลังงาน

ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้ได้รับการออกแบบและทดสอบเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการ ENERGY STAR สำหรับคอมพิวเตอร์

Surface 3 และ Surface Pro 3

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ ENERGY STAR และใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะการจัดการพลังงานของคอมพิวเตอร์ คุณสามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ การลดการใช้ไฟฟ้าสามารถทำให้ประหยัดเงิน มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ENERGY STAR โปรดไปที่:

http://www.energystar.gov

  • โปรดดูที่ตารางที่ 2 ข้างต้นสำหรับการตั้งค่าพลังงานและการจับเวลาเริ่มต้น
  • หากต้องการเรียก Surface กลับสู่การทำงานจากโหมดสลีป ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของ Surface ค้างไว้

คำแนะนำในการทำความสะอาดและการใช้งาน

ใช้งานอุปกรณ์ของคุณด้วยความระมัดระวังเพื่อปกป้องตัวเครื่องภายนอก สำหรับคำแนะนำในการทำความสะอาดสำหรับ Surface และอุปกรณ์เสริม กรุณาดูที่ ทำความสะอาดและดูแลรักษา Surface ของคุณ

 สัญลักษณ์นี้ หมายถึง ข้อความเตือนเกี่ยวกับสุขภาพและความปลอดภัยในคู่มือการใช้อุปกรณ์ฉบับนี้

คำเตือน: อ่านข้อมูลด้านความปลอดภัยและสุขภาพ
อ่านคำแนะนำนี้เพื่อรับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและสุขภาพ พร้อมข้อกำหนดการรับประกันแบบจำกัดที่คุ้มครองอุปกรณ์ Microsoft® ที่คุณได้ซื้อมา เก็บเอกสารคู่มือที่พิมพ์แจกไว้เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคต หากไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำ หรือทำการติดตั้ง ใช้งาน และดูแลรักษาด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือความเสียหายกับผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อย่าพยายามซ่อมแซม
อย่าพยายามถอดแยก เปิด ซ่อมแซม หรือดัดแปลงผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์เสริม หรือแหล่งจ่ายไฟ มิฉะนั้นอาจได้รับอันตรายจากไฟฟ้าดูดหรืออันตรายอื่นๆ หากพบว่ามีหลักฐานการเปิดและ/หรือดัดแปลงแก้ไขอุปกรณ์ รวมถึงการลอก การเจาะรู หรือการถอดป้ายฉลากใดๆ จะถือว่าการรับประกันแบบจำกัดเป็นโมฆะ

คำเตือน: ความปลอดภัยของอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ

หากไม่ปฏิบัติตามข้อควรระวังต่อไปนี้อาจทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตเนื่องจากไฟฟ้าดูดหรือเพลิงไหม้ หรืออุปกรณ์อาจเกิดความเสียหาย ในการเลือกแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่เหมาะสมกับอุปกรณ์:

  • ใช้แหล่งจ่ายไฟ อะแดปเตอร์ปลั๊ก และสายไฟกระแสสลับที่ให้มาพร้อมกับอุปกรณ์หรือซื้อมาจากตัวแทนจำหน่ายของ Microsoft ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
  • ห้ามใช้อุปกรณ์จ่ายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรืออินเวอร์เตอร์ แม้ว่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความถี่จะอยู่ในค่าที่เหมาะสม ใช้พลังงานไฟฟ้ากระแสสลับจากเต้ารับมาตรฐานบนกำแพงเท่านั้น
  • ห้ามต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าบนเต้ารับบนกำแพง สายพ่วง รางปลั๊ก หรือเต้ารับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ มากเกินไป ตรวจสอบให้แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านี้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งหมด (ในหน่วยแอมป์ [A]) ให้กับอุปกรณ์ (ซึ่งจะระบุไว้แหล่งจ่ายไฟ) และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในวงจรได้ใช้งานอย่างเพียงพอ
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟฟ้ากระแสสลับสามารถพับเก็บได้ ต้องกางปลั๊กออกมาให้สุด แล้วจึงเสียบอะแดปเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
  • สำหรับอุปกรณ์ที่ปลั๊กไฟกระแสสลับสามารถถอดได้ และมีแหล่งจ่ายไฟที่ใช้อะแดปเตอร์อเนกประสงค์ ก่อนเสียบอะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้เลือกชุดปลั๊กไฟที่ถูกต้องเหมาะกับเต้ารับ และปลั๊กได้ยึดแน่นกับอะแดปเตอร์แล้ว

คำเตือน: ความปลอดภัยของสายเคเบิลและสายไฟ

จัดวางสายเคเบิลและสายไฟเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลอื่นหรือสัตว์เลี้ยงสะดุดหรือกระชากออกโดยไม่ได้ตั้งใจขณะเดินผ่านบริเวณที่เสียบปลั๊ก ห้ามไม่ให้เด็กเล่นกับสายเคเบิลและสายไฟ

เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟและแหล่งจ่ายไฟเสียหาย

  • ระวังอย่าให้คนเหยียบสายไฟ
  • ระวังอย่าให้สายไฟถูกหนีบหรือหักงอ โดยเฉพาะในขณะต่อกับเต้ารับบนกำแพง แหล่งจ่ายไฟ และอุปกรณ์
  • ห้ามกระชาก ผูกปม หัก หรือใช้งานสายไฟอย่างไม่เหมาะสม
  • ห้ามนำสายไฟสัมผัสกับความร้อน
  • ระวังอย่าให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้าใกล้สายไฟ ห้ามกัดหรือแทะสายไฟ
  • ถอดสายไฟโดยจับที่ปลั๊กแล้วดึง อย่าจับที่สายไฟแล้วดึง
  • หากสายไฟหรือแหล่งจ่ายไฟเสียหาย ให้หยุดใช้งานทันที
  • ถอดปลั๊กอุปกรณ์ของคุณหากบริเวณนั้นมีพายุฝน หรือเมื่อไม่ใช้งานเป็นระยะเวลานาน
  • สำหรับอุปกรณ์ที่มีสายไฟกระแสสลับเชื่อมต่ออยู่กับแหล่งจ่ายไฟ ให้เสียบสายไฟตามคำแนะนำต่อไปนี้เสมอ
  • ขั้นตอนที่ 1:  เสียบสายไฟกระแสสลับเข้ากับแหล่งจ่ายไฟให้แน่นสนิท
    ขั้นตอนที่ 2:  เสียบปลายอีกด้านของสายไฟกระแสสลับเข้ากับเต้ารับบนกำแพง
คำเตือน: ความปลอดภัยของแบตเตอรี่
อุปกรณ์นี้มีแบตเตอรี่ในตัว การใช้ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดระเบิด ห้ามให้ความร้อน เปิดออก เจาะรู ตัดแยก หรือเผาทำลายผลิตภัณฑ์ด้วยไฟ ห้ามนำอุปกรณ์ตากแดดโดยตรงเป็นเวลานาน ซึ่งอาจทำให้แบตเตอรี่ละลายหรือเสียหาย ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในอุปกรณ์นี้เองได้ และควรดำเนินการโดย Microsoft หรือผู้ให้บริการที่ผ่านการรับรองจาก Microsoft

คำเตือน: อย่าใช้งานใกล้น้ำ
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเพลิงไหม้หรือไฟดูด อย่าใช้อุปกรณ์นี้ใกล้กับน้ำและอย่าให้อุปกรณ์สัมผัสกับฝนหรือความชื้น อย่าพยายามใช้ที่เป่าผมหรือเตาไมโครเวฟเพื่อทำให้อุปกรณ์แห้ง

คำเตือน: ความปลอดภัยในการได้ยิน
  • กำหนดระดับเสียงให้ดังพอที่จะได้ยินอย่างชัดเจนในสภาพแวดล้อมที่เงียบ และอย่าเปิดเสียงดังกว่านี้ อย่าเพิ่มระดับเสียงขึ้นหลังจากที่คุณเริ่มได้ยิน หูของคุณอาจปรับตัวกับเสียงที่ดังเมื่อเวลาผ่านไป ทำให้รู้สึกปกติเมื่อได้ยินเสียงดัง แต่เสียงที่ดังยังคงทำลายการได้ยินของคุณอยู่
  • ห้ามเพิ่มระดับเสียงเพื่อตัดเสียงรบกวนรอบข้าง เสียงรอบข้างที่รวมกับเสียงจากหูฟังสามารถทำลายการรับฟังของคุณได้ หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวนสามารถลดเสียงรอบข้างได้อยู่แล้วโดยที่คุณไม่ต้องเพิ่มเสียง
  • ถ้าคุณไม่เข้าใจเสียงพูดคุยปกติของบุคคลรอบข้าง ให้ลดระดับเสียงลง เสียงที่ดังกว่าบทสนทนาปกติสามารถทำให้การรับฟังเสียหาย แม้ว่าจะใช้หูฟังแบบปิดสนิทหรือแบบตัดเสียงรบกวน คุณก็ยังควรได้ยินผู้คนรอบข้างพูดอยู่

จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด

ยิ่งคุณฟังเสียงดังเป็นเวลานานเท่าใด การรับฟังของคุณก็จะยิ่งเสียหายมากขึ้นเท่านั้น ยิ่งเสียงดังขึ้น หูก็จะเสียหายเร็วขึ้น

  • จำกัดเวลาการฟังเสียงดังให้น้อยที่สุด เมื่อปรับเสียงให้ดังที่สุด การฟังเพลงบนอุปกรณ์ด้วยชุดหูฟังเพียง 15 นาทีก็สามารถทำลายการรับฟังของคุณได้อย่างถาวร
  • ระดับเสียงที่ค่อยกว่านี้ยังสามารถทำลายการรับฟังได้หากฟังติดต่อกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง
  • เสียงทั้งหมดที่คุณได้ยินในระหว่างวันจะบวกสะสมเพิ่มขึ้น ถ้าคุณต้องฟังเสียงดังจากแหล่งอื่นๆ ร่วมด้วย หูของคุณจะเสียหายเร็วขึ้นเมื่อฟังเสียงดังจากอุปกรณ์
  • เพื่อใช้งานอุปกรณ์อย่างปลอดภัยโดยไม่จำกัดเวลา ลดเสียงลงมาให้เบาพอที่จะสามารถพูดคุยกับผู้คนรอบข้างได้ตามปกติ

ระวังอาการสูญเสียการได้ยิน

หยุดใช้อุปกรณ์นี้และรับการตรวจหูหากมีอาการต่อไปนี้

  • สูญเสียการได้ยิน
  • ได้ยินเสียงก้องในหู
  • เสียงพูดของคุณค่อยลง ได้ยินไม่ชัดเจน
  • เสียงที่ได้ยินไม่มีน้ำหนัก

คุณควรรับการตรวจหูเป็นประจำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการได้ยิน

คำเตือน: ระวังบริเวณโดยรอบ
เพื่อลดอันตรายจากการบาดเจ็บเนื่องจากการขาดสมาธิขณะใช้อุปกรณ์นี้ ให้ใช้ความระมัดระวังในการขับรถ ขี่จักรยาน หรือเดิน การใช้อุปกรณ์นี้อย่างเดียว หรือใช้ร่วมกับหูฟัง (แม้จะเสียบหูฟังที่หูเพียงข้างเดียว) พร้อมกับขับรถหรือขี่จักรยานเป็นสิ่งที่เราไม่แนะนำ และอาจผิดกฎหมายในบางพื้นที่ ศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการใช้อุปกรณ์มือถือในพื้นที่ที่คุณขับขี่ยานพาหนะ การใช้อุปกรณ์มือถือขณะขับขี่ยานพาหนะทำให้เสียสมาธิ คุณจะต้องมีสมาธิกับการขับขี่และสภาพถนนอย่างเต็มที่ ลดระดับเสียงให้เบาพอที่จะได้ยินเสียงพูดคุยของคนรอบข้าง และเสียงที่เตือนอันตรายเช่นสัญญาณเตือนเวลาเกิดเพลิงไหม้

คำเตือน: หลีกเลี่ยงถุงลมนิรภัย
สำหรับรถที่มีการติดตั้งถุงลมนิรภัย อย่าวางอุปกรณ์หรือวัตถุอื่นไว้ใกล้กับถุงลมนิรภัย ถ้าถุงลมทำงาน วัตถุที่วางอยู่ด้านบนหรือวางไว้ใกล้เคียงอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้

คำเตือน: อาการลมชักจากการไวต่อแสง

บุคคลจำนวนเล็กน้อยอาจมีอาการลมชักเมื่อมองภาพบางอย่าง รวมถึงแสงกระพริบหรือลวดลายที่ปรากฏในวิดีโอเกม แม้แต่ผู้ที่ไม่มีประวัติอาการชักหรือไม่ได้เป็นโรคลมชักก็อาจมีอาการ “ลมชักจากแสง” ขณะมองภาพในวิดีโอเกมได้ ซึ่งอาจไม่เคยได้รับการวินิจฉัยมาก่อน

อาการลมชักเหล่านี้อาจมีอาการแตกต่างกันไปเช่นเวียนหัว เห็นภาพผิดเพี้ยน ดวงตาหรือใบหน้าบิดเบี้ยว แขนขากระตุกหรือสั่น ควบคุมร่างกายไม่ได้ เกิดอาการสับสน หรือหมดสติชั่วขณะ

อาการลมชักอาจทำให้หมดสติหรือการชักกระตุก ซึ่งทำให้ล้มลงหรือกระแทกกับวัตถุรอบข้าง ทำให้เกิดการบาดเจ็บได้

หยุดเล่นอุปกรณ์และพบแพทย์ทันทีหากคุณเกิดอาการเหล่านี้ ผู้ปกครองควรดูแลและสอบถามบุตรหลานเกี่ยวกับอาการข้างต้น เด็กและวัยรุ่นจะมีโอกาสเกิดอาการนี้มากกว่าผู้ใหญ่ สามารถลดความเสี่ยงในการเกิดลมชักจากแสงได้โดยปฏิบัติตามข้อควรระวังเหล่านี้:

  • นั่งให้ห่างจากจอวิดีโอมากขึ้น
  • ใช้หน้าจอวิดีโอที่เล็กกว่านี้
  • เล่นเกมในที่ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ
  • ห้ามเล่นขณะง่วงนอนหรือเหนื่อยล้า

ถ้าคุณหรือญาติพี่น้องมีประวัติการเป็นลมชัก ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเล่น


คำเตือน: กระจกหน้าจอสัมผัส
หน้าจอสัมผัสนี้ผลิตจากกระจก กระจกนี้อาจแตกได้ถ้าทำอุปกรณ์หล่นบนพื้นแข็งหรือถูกกระแทกอย่างรุนแรง เพื่อลดอันตรายจากการถูกกระจกบาดเมื่อหน้าจอแตกร้าว อย่าสัมผัสหรือพยายามแกะกระจกที่แตกออกมา กระจกที่แตกร้าวเนื่องจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมจะไม่ได้รับการคุ้มครองจากการรับประกันแบบจำกัดของผลิตภัณฑ์

คำเตือน: อันตรายจากการขาดอากาศหายใจ
อุปกรณ์นี้อาจมีชิ้นส่วนขนาดเล็กซึ่งอาจติดคอเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี อย่าให้เด็กอยู่ใกล้ชิ้นส่วนเหล่านี้

คำเตือน: ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อป้องกันปัญหาเรื่องการรบกวนสัญญาณ
ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ของคุณในตำแหน่งที่มีประกาศแจ้งให้ปิด เมื่อขึ้นเครื่องบิน ให้ปิดอุปกรณ์ของคุณเมื่อเจ้าหน้าที่สายการบินแจ้งให้ปิด หรือปิดก่อนบรรจุอุปกรณ์ไร้สายลงในกระเป๋าสัมภาระ อุปกรณ์นี้มีการทำงานใน “โหมดเครื่องบิน” กรุณาปรึกษาเจ้าหน้าที่สายการบินเกี่ยวกับการใช้งานอุปกรณ์ระหว่างอยู่บนเครื่อง

คำเตือน: บรรยากาศที่อาจทำให้เกิดการระเบิด
บริเวณที่อาจมีบรรยากาศที่ทำให้เกิดการระเบิดมักจะมีการประกาศเตือนอันตราย ซึ่งอาจไม่มีประกาศในบางแห่ง บริเวณเหล่านี้รวมถึงพื้นที่ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นใต้ท้องเรือ ศูนย์ปฏิบัติงานที่มีการขนย้ายหรือจัดเก็บเชื้อเพลิงหรือสารเคมี หรือสถานที่ที่มีสารเคมีหรืออนุภาคต่างๆ เช่นผงจากเมล็ดพืช หรือผงโลหะในอากาศ เมื่อคุณอยู่ในบริเวณดังกล่าว ให้ปิดอุปกรณ์เคลื่อนที่ และอย่าถอดหรือประกอบที่ชาร์จแบตเตอรี่ อะแดปเตอร์ไฟกระแสสลับ หรืออุปกรณ์เสริมอื่น ๆ อาจเกิดประกายไฟในบริเวณดังกล่าวทำให้เกิดระเบิดหรือเพลิงไหม้ได้

ข้อควรระวัง: ชิ้นส่วนของอุปกรณ์นี้เป็นแม่เหล็ก
อาจมีการดึงดูดวัสดุที่เป็นโลหะ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดประกายไฟ ให้ตรวจสอบว่าขั้วไฟฟ้าไม่มีวัสดุโลหะขวางอยู่ ก่อนทำการเชื่อมต่ออุปกรณ์ เพื่อลดความเสี่ยงที่สนามแม่เหล็กจะรบกวนการอ่านค่าเข็มทิศ รบกวนการทำงานของเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ หรือทำลายข้อมูลที่เก็บในสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก ห้ามวางบัตรเครดิตหรือสื่อบันทึกข้อมูลแม่เหล็ก หรืออุปกรณ์ที่ไวต่อแม่เหล็กไว้ใกล้กับอุปกรณ์เคลื่อนที่

ข้อควรระวัง: อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคล

ความถี่วิทยุที่แผ่ออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าสามารถส่งผลให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ทำงานผิดพลาดได้ แม้ว่าอุปกรณ์นี้จะได้รับการออกแบบ ทดสอบ และผลิตขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ควบคุมการปล่อยคลื่นความถี่วิทยุในประเทศต่างๆ เช่นสหรัฐอเมริกา แคนาดา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น อุปกรณ์ส่งสัญญาณไร้สายและวงจรไฟฟ้าในอุปกรณ์อาจรบกวนการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ได้ ดังนั้นกรุณาปฏิบัติตามข้อควรระวังดังต่อไปนี้:

เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ สมาคมผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์สหรัฐอเมริกา (Health Industry Manufacturers Association) แนะนำให้ใช้งานอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนสัญญาณกับเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นหัวใจ

บุคคลที่ใช้เครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ:

  • ควรวางอุปกรณ์ไร้สายห่างจากเครื่องควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างน้อย 15 ซม. (6 นิ้ว) เมื่อเปิดอุปกรณ์ไร้สาย
  • ไม่ควรพกอุปกรณ์ไว้ในกระเป๋าเสื้อ
  • ถ้าคุณสงสัยว่าอาจมีการรบกวนสัญญาณ ให้ปิดอุปกรณ์ทันที

อุปกรณ์การแพทย์อื่นๆ

ถ้าคุณใช้อุปกรณ์การแพทย์ส่วนบุคคลอื่นๆ ให้ปรึกษาผู้ผลิตอุปกรณ์การแพทย์หรือแพทย์ผู้รักษาเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ใกล้กับอุปกรณ์การแพทย์


ข้อควรระวัง: คำเตือนเกี่ยวกับสุขภาพ

การใช้อุปกรณ์ป้อนข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บสาหัสหรือพิการ ขณะใช้คอมพิวเตอร์คุณอาจมีอาการไม่สบายที่มือ แขน ไหล่ คอ หรือส่วนอื่นของร่างกาย เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณพบอาการที่เกิดขึ้นเรื้อรังหรือเกิดซ้ำบ่อยครั้งเช่นอาการไม่สบาย เจ็บ ปวดเป็นจังหวะ ปวด รู้สึกเหมือนถูกเข็มแทง เหน็บชา แสบร้อน หรือเกร็ง อย่ามองข้ามอาการเหล่านี้ พบแพทย์ที่ผ่านการรับรองเพื่อรับการรักษาทันที แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นขณะที่คุณไม่ใช้คอมพิวเตอร์ก็ตาม อาการเหล่านี้อาจเกี่ยวข้องกับการเจ็บป่วยที่ทรมาน และอาจส่งผลร้ายแรงทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือพิการอย่างถาวรกับระบบประสาท กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น หรือส่วนอื่นๆ ของร่างกาย

อาการเจ็บป่วยของกล้ามเนื้อและกระดูก (MSD) รวมถึงอาการเจ็บป่วยที่ Carpal Tunnel, โรคเส้นเอ็นอักเสบ, โรคปลอกหุ้มเอ็นอักเสบ และอาการอื่นๆ แม้นักวิจัยยังไม่สามารถหาสาเหตุที่แน่ชัดเกี่ยวกับ MSD แต่ก็มีผลการทดลองที่พิสูจน์แล้วว่าปัจจัยหลายอย่างต่อไปนี้มีผลกับการเกิดโรค รวมถึง: สุขภาพโดยรวม ความเครียดและการจัดการความเครียด อาการทางการแพทย์และสภาพร่างกาย ตำแหน่งการวางร่างกายขณะทำงานและทำกิจกรรมอื่น (รวมถึงการใช้แป้นพิมพ์และเมาส์) ระยะเวลาที่บุคคลดังกล่าวทำกิจกรรมอาจเป็นปัจจัยร่วมด้วย

ดูคำแนะนำบางประการที่อาจช่วยให้คุณทำงานกับคอมพิวเตอร์ได้สบายยิ่งขึ้นและอาจลดความเสี่ยงในการเกิดโรค MSD ได้ที่ คำแนะนำเพื่อการใช้คอมพิวเตอร์อย่างปลอดภัยต่อสุขภาพ


ข้อควรระวัง: ปัญหาเกี่ยวกับความร้อน

อุปกรณ์นี้อาจเกิดความร้อนสูงระหว่างการใช้งานปกติ อุปกรณ์นี้มีขีดจำกัดอุณหภูมิพื้นผิวที่ผู้ใช้สัมผัสได้สอดคล้องกับมาตรฐานที่กำหนดโดยมาตรฐานสากลว่าด้วยความปลอดภัยของอุปกรณ์ในงานสารสนเทศ (International Standard for Safety of Information Technology Equipment) (IEC 60950-1) เพื่อลดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความร้อน ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้:

  • วางอุปกรณ์ของคุณบนพื้นผิวที่มั่นคง ให้มีการระบายอากาศมากพอที่ด้านล่างและโดยรอบอุปกรณ์
  • ใช้ความระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์บนหมอน ผ้าห่ม หรือวัสดุนุ่มอื่นๆ เนื่องจากวัสดุอาจปิดกั้นทางเดินอากาศ ทำให้อุปกรณ์เกิดความร้อนสูง
  • ถ้าวางอุปกรณ์บนตักแล้วรู้สึกร้อนจนไม่สบายตัว ให้นำออกไปวางที่อื่นซึ่งมีความมั่นคง

ข้อมูลเกี่ยวกับกฎระเบียบข้อบังคับ

การทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

ต้องจำกัดทิ้งแบบพิเศษ สัญลักษณ์นี้ซึ่งปรากฏบนผลิตภัณฑ์ แบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์ หรือบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ มีความหมายว่าห้ามทิ้งผลิตภัณฑ์และแบตเตอรี่ของผลิตภัณฑ์พร้อมกับขยะในครัวเรือน คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการส่งไปยังศูนย์บริการที่ทำหน้าที่รวบรวมขยะลักษณะนี้เพื่อนำแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้ไปรีไซเคิล การคัดแยกขยะและส่งรีไซเคิลจะช่วยรักษาทรัพยากรธรรมชาติและป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดจากการทิ้งสารเคมีอันตรายในแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ทิ้งแบตเตอรี่ อุปกรณ์ไฟฟ้า และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ใช้แล้วได้ที่สำนักงานท้องที่/เทศบาล หน่วยงานบริการเรื่องการเก็บขยะในครัวเรือน หรือร้านค้าที่คุณซื้อผลิตภัณฑ์ ติดต่อ weee@microsoft.com เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WEEE และแบตเตอรี่ที่ไม่ใช้แล้ว ผลิตภัณฑ์นี้มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน เมื่อต้องการดาวน์โหลดข้อมูลเกี่ยวกับการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน โปรดดูที่ เอกสารด้านการขนถ่ายแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน

อุปกรณ์นี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้ในงานที่เกี่ยวกับเครื่องจักรกล การแพทย์ หรืออุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใดๆ ที่ไม่ได้รับอนุญาตโดยตรงจาก Microsoft อาจทำให้ผู้ใช้หมดสิทธิ์ในการใช้งานอุปกรณ์ ผลิตภัณฑ์นี้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ในงานสารสนเทศที่มีรายชื่ออยู่ใน NRTL (UL, CSA, ETL เป็นต้น) และ/หรืออุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน IEC/EN 60950-1 (มีเครื่องหมาย CE) ไม่มีชิ้นส่วนที่สามารถซ่อมแซมได้เอง อุปกรณ์นี้เป็นอุปกรณ์เชิงพาณิชย์สำหรับใช้งานที่อุณหภูมิ +32ºF (+0ºC) ถึง +95ºF (+35ºC)

สำหรับลูกค้าในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

อุปกรณ์ดิจิตอล Class B นี้ได้มาตรฐานตาม Part 15 ของกฎข้อบังคับจาก U.S. Federal Communications Commission (FCC), Canadian ICES-003, RSS-Gen และ RSS-210 การใช้งานอุปกรณ์จะเป็นไปตามสภาวะสองประการได้แก่: (1) อุปกรณ์นี้จะไม่ทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณ และ (2) อุปกรณ์นี้จะต้องยอมรับการรบกวนสัญญาณ ซึ่งรวมถึงการรบกวนสัญญาณที่ทำให้เกิดการทำงานที่ไม่พึงประสงค์

การสัมผัสกับพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ (RF)

อุปกรณ์นี้มีตัวส่งสัญญาณวิทยุ Wi-Fi และ Bluetooth® และได้รับการออกแบบ ผลิต และทดสอบเพื่อให้มีคุณภาพสอดคล้องกับคำแนะนำในการปล่อยพลังงานคลื่นความถี่วิทยุ และอัตราเฉพาะในการดูดซับคลื่นความถี่ ซึ่งกำหนดโดย Federal Communications Commission (FCC), Industry Canada และภูมิภาคยุโรป

เพื่อให้แน่ใจว่าพลังงานคลื่นความถี่วิทยุจาก Wi-Fi และ Bluetooth ที่ร่างกายได้รับนั้นไม่เกินขีดจำกัดที่กำหนดไว้ในคำแนะนำของหน่วยงานข้างต้น ให้วางอุปกรณ์โดยอย่าให้ส่วนที่แสดงผลสัมผัสกับร่างกายโดยตรง เช่นอย่าวางหน้าจอแสดงผลลงกับตักหรือร่างกายส่วนบน

รับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความปลอดภัยของคลื่นความถี่วิทยุได้ที่เว็บไซต์ของ FCC ที่ http://www.fcc.gov/oet/rfsafety และเว็บไซต์ของ Industry Canada ที่ http://www.ic.gc.ca/eic/site/smt-gst.nsf/eng/sf01904.html

กฎข้อบังคับเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณวิทยุและโทรทัศน์

ฮาร์ดแวร์ของ Microsoft สามารถแผ่รังสีคลื่นพลังงานความถี่วิทยุ (RF) ได้ หากไม่ได้ติดตั้งและใช้งานตามคำแนะนำที่ให้ไว้ในเอกสารที่พิมพ์แจกหรือไฟล์วิธีใช้ในเครื่องอย่างเคร่งครัด อุปกรณ์อาจก่อให้เกิดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตรายกับอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้คลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันว่าจะไม่เกิดการรบกวนสัญญาณคลื่นวิทยุในการติดตั้งแบบใดแบบหนึ่ง ในการพิจารณาว่าฮาร์ดแวร์ของคุณทำให้เกิดการรบกวนสัญญาณกับอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่นๆ หรือไม่ ให้ปิดฮาร์ดแวร์แล้วถอดปลั๊กที่ต่อกับแหล่งจ่ายไฟภายนอก ถ้าการรบกวนสัญญาณหยุดลง แสดงว่าการรบกวนสัญญาณอาจเกิดจากฮาร์ดแวร์ดังกล่าว ถ้าฮาร์ดแวร์นี้เป็นสาเหตุของการรบกวนสัญญาณ ให้ลองแก้ไขโดยใช้วิธีต่อไปนี้:

ย้ายที่ติดตั้งเสาอากาศของอุปกรณ์สื่อสารด้วยคลื่นวิทยุเครื่องอื่น (เช่น วิทยุ AM/FM, โทรทัศน์, กล้องถ่ายทอดภาพและเสียงของทารก, โทรศัพท์ไร้สาย และอื่นๆ) จนกว่าการรบกวนสัญญาณจะหยุดลง
ย้ายฮาร์ดแวร์ให้ห่างจากวิทยุหรือโทรทัศน์ หรือย้ายไปอีกด้านหนึ่งของวิทยุหรือโทรทัศน์
เสียบอุปกรณ์เข้ากับเต้ารับตำแหน่งอื่น เพื่อให้ฮาร์ดแวร์และวิทยุหรือโทรทัศน์อยู่คนละวงจรกัน และได้รับการควบคุมโดยเบรกเกอร์หรือฟิวส์คนละตัว
ถ้าจำเป็น กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์หรือช่างซ่อมโทรทัศน์และวิทยุที่เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม รับข้อมูลเพิ่มเติมเก่ยวกับปัญหาการรบกวนสัญญาณได้ที่เว็บไซต์ FCC ที่: http://www.fcc.gov/cgb/consumerfacts/interference.html คุณยังสามารถโทรศัพท์ติดต่อ FCC ได้ที่ 1-888-CALL FCC เพื่อขอรับเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการรบกวนสัญญาณและการรบกวนสัญญาณโทรศัพท์

ผลิตภัณฑ์นี้จำกัดให้ใช้งานในอาคารเท่านั้น เพื่อลดการรบกวนสัญญาณที่เป็นอันตราย โดยมีช่วงความถี่การปฏิบัติงานที่ได้รับอนุญาตอยู่ในช่วง 5.15 ถึง 5.25 GHz

การใช้พลังงานของ EU

อุปกรณ์นี้สอดคล้องกับข้อบังคับคณะกรรมาธิการยุโรป COMMISSION REGULATION (EU) No 617/2013 ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2557 ซึ่งดำเนินการตามคำสั่ง Directive 2009/125/EC ของสภายุโรปและของคณะมนตรีเกี่ยวกับข้อกำหนดด้านการออกแบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (EcoDesign) สำหรับคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์คอมพิวเตอร์

ผู้ใช้ไม่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ในผลิตภัณฑ์นี้ได้เองโดยง่าย

(ตารางที่ 1)
รุ่น
ปีที่ผลิต
ETEC
ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์)
แหล่งจ่ายไฟ
(kWh)
ปิด
สลีป
ไม่ได้ใช้งาน
ประสิทธิภาพ
Surface RT
1516
2012
7.97
0.44
1.62
1.62
82.5%
Surface 2
1572
2013
9.9
0.41
2.20
2.20
82.5%
Surface 3
1645
2015
7.17
0.35
1.52
5.33
80.8%
Surface 3 (4G LTE)
1657
2015
15.61
0.36
2.50
6.89
80.8%
Surface Pro
1514
2013
25.95
1.07
1.61
7.20
86.7%
Surface Pro 2
1601
2013
12.20
0.62
0.72
3.16
86.7%
Surface Pro 3
1631
2014
21.26
0.69
2.07
6.03
85.6%

ชนิดและหมวดผลิตภัณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 2 (เพียงหมวดเดียวเท่านั้น)

‘คอมพิวเตอร์สเลท’ หมายถึง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กชนิดหนึ่งที่มีจอแสดงผลแบบไวต่อการสัมผัสรวมในตัวเครื่อง แต่ไม่มีคีย์บอร์ดต่อพ่วงที่เชื่อมต่อถาวร

ชื่อผู้ผลิต ชื่อทางการค้าจดทะเบียน หรือเครื่องหมายการค้าจดทะเบียน และที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้

Microsoft Corporation
One Microsoft Way
Redmond, WA 98052
U.S.A.

หมายเลขรุ่นผลิตภัณฑ์

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ปีที่ผลิต

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดปิดใช้งานแล้วและหากระบบได้รับการทดสอบด้วยโหมดกราฟิกแบบสลับได้ในขณะที่ UMA ควบคุมจอแสดงผล

ไม่มีข้อมูล – ไม่มีการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต

ค่า E TEC (kWh) และการปรับความสามารถจะถูกนำมาใช้เมื่อการ์ดกราฟิกแบบดิสครีต (dGfx) ทั้งหมดเปิดใช้งานแล้ว

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในสถานะไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดสลีป

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดสลีปพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) เมื่ออยู่ในโหมดปิดเครื่อง

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

โหมดปิดเครื่องพร้อมกับความต้องการพลังไฟฟ้า (วัตต์) แบบเปิดใช้งาน WOL (ที่เปิดใช้งานได้)

ไม่มีข้อมูล

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายในที่ 10 %, 20 %, 50 % และ 100 % ของกำลังไฟฟ้าออกพิกัด

ไม่มีข้อมูลเนื่องจากใช้ PSU ภายนอก

ประสิทธิภาพแหล่งจ่ายไฟภายนอก

โปรดดูข้อมูล (ตารางที่ 1) ข้างต้น

ระดับเสียงรบกวน (ระดับกำลังเสียงถ่วงน้ำหนักแบบ A ที่ประกาศไว้) ของคอมพิวเตอร์

สำหรับ Surface Pro 3
RPM 30 ซม. 50 ซม.
10000 42.3 42.2 38.5
9000 40 40 36.2
8000 37 37.3 33.2
7000 33.5 33.6 29.7
6000 29.5 30.5 25.7
5000 24.8 24.8 21
4000 18.4 19.9 14.6
3000 9.8 10.7 6

จำนวนรอบการโหลดขั้นต่ำที่แบตเตอรี่สามารถทนได้ (ใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเท่านั้น)

Surface Pro 3 ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ ทั้งนี้ อันที่จริงมีข้อมูลจำเพาะ 2 อย่าง:
- ที่อุณหภูมิ 25 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,200 รอบ
- ที่อุณหภูมิ 45 ซ. นั้น ได้รับการประเมินอยู่ที่ 1,000 รอบ

วิธีการวัดที่ใช้ในการระบุความต้องการพลังไฟฟ้า

EN 62623:2013 คอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปและโน้ตบุ๊ก – การวัดการใช้พลังงาน

ลำดับขั้นตอนเพื่อให้มีสถานะคงที่ตามความต้องการพลังไฟฟ้า

ทำการปิดเครื่องจาก OS ไม่ใช่ไฮเบอร์เนต

  • เปิดระบบ
  • เข้าสู่ระบบ OS
  • คุณอาจต้องการปิดใช้งานตัวจับเวลาตัวเลือกการจัดการพลังงานบางอย่างสำหรับโหมดสลีปและการปิดหน้าจอ
  • ไปที่เดสก์ท็อปดั้งเดิม
  • รอ 15 นาทีเพื่อให้ระบบคงที่และกระบวนการต่าง ๆ เรียบร้อย
  • เริ่มการวัด

คำอธิบายวิธีที่โหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องได้รับเลือกหรือตั้งโปรแกรม

  • Surface 3 และ Surface Pro 3 เป็นอุปกรณ์แบบไฮบริดและมีทั้ง InstantGo เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่เปิดเครื่องติดทันทีและทันสมัยเสมอ และโหมดไฮเบอร์เนตเพื่อประหยัดอายุแบตเตอรี่เมื่อไม่ได้ใช้งานอุปกรณ์
  • เมื่อใช้แบตเตอรี่ เครื่องจะเข้าสู่โหมด InstantGo หลังจากไม่ได้ใช้งาน 4 นาที ส่วนเมื่อใช้ PSU เครื่องจะเข้าสู่โหมดนี้หลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาที และโหมดจะคงอยู่ตลอด 4 ชั่วโมงที่ไม่มีการใช้งาน และหลังจากนั้นจะเข้าสู่โหมดไฮเบอร์เนต

ลำดับขั้นตอนที่จำเป็นในการเข้าสู่โหมดที่อุปกรณ์จะเปลี่ยนเป็นโหมดสลีปและ/หรือโหมดปิดเครื่องโดยอัตโนมัติ

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ด้านล่าง :
(ตารางที่ 2)
สถานะพลังงาน
สิ่งที่ทำได้
ด้วย Type Cover
ด้วยปุ่ม
ด้วย UI
โดยอัตโนมัติหลังจาก _____ (ค่าเริ่มต้น)
InstantGo

ปิดหน้าจอ

พีซีเข้าสู่สถานะพลังงานต่ำ

ตรวจหาการแจ้งเตือน การปรับปรุง และอีเมล

ปิดฝาปิด
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง แล้วปล่อย

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

สลีป

4 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้แบตเตอรี่
10 นาทีหลังจากไม่ได้ใช้งานขณะใช้ PSU
ไฮเบอร์เนต
บันทึกทุกอย่างลงในฮาร์ดไดรฟ์
คืนค่ากลับไปยังเซสชันก่อนหน้าของคุณเมื่อพีซีเปิดขึ้นอีกครั้ง
no
no
(พร้อมท์คำสั่งจากเดสก์ท็อป)
4 ชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้งาน (แบตเตอรี่หรือ PSU)
เริ่มระบบใหม่
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะเริ่มระบบพีซีใหม่
no
no

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

เริ่มระบบใหม่

no
ปิด
พร้อมท์แจ้งให้ลูกค้าบันทึกงานก่อนที่จะปิดพีซี
no
กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องค้างไว้ 2 วินาที

ชุดทางลัด>

การตั้งค่า>

พลังงาน>

ปิดเครื่อง

no

ระยะเวลาของสภาวะสถานะไม่ได้ใช้งานก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเข้าสู่โหมดสลีปโดยอัตโนมัติหรือสภาวะอื่นที่ไม่เกินข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องสำหรับโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาหลังจากช่วงที่ผู้ใช้ไม่ได้ใช้งานซึ่งคอมพิวเตอร์จะเข้าุสู่โหมดพลังงานที่มีข้อกำหนดความต้องการพลังไฟฟ้าต่ำกว่าโหมดสลีป

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ระยะเวลาก่อนที่โหมดสลีปของจอแสดงผลถูกตั้งให้เปิดใช้งานหลังจากผู้ใช้ไม่ได้ใช้งาน

โปรดดูที่ (ตารางที่ 2) ข้างต้น

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับศักยภาพการประหยัดพลังงานของฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

Surface 3 และ Surface Pro 3 ได้รับการตั้งค่าล่วงหน้าพร้อมแผนการใช้งานพลังงานที่ทำให้ประสิทธิภาพสมดุลกับการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติ แผนนี้จะสั่งให้คอมพิวเตอร์เข้าสู่โหมดสลีปหลังจากไม่ได้ใช้งาน 10 นาทีเมื่อเสียบปลั๊กอยู่ หน้าจอได้รับการตั้งค่าไว้ที่ครึ่งหนึ่งของระดับความสว่างสูงสุด
Surface 3 และ Surface Pro 3 ใช้ประมาณสองวัตต์ขณะอยู่ในโหมดสลีป คุณสามารถลดพลังงานเหลือน้อยกว่า 0.7 วัตต์โดยปิด Surface ของคุณหลังจากใช้งาน คุณสามารถประหยัดได้เพิ่มเติมขณะใช้งานโดยหรี่แสงหน้าจอให้ต่ำกว่าขีดจำกัดที่ตั้งไว้ก่อน

ข้อมูลผู้ใช้เกี่ยวกับวิธีเปิดใช้งานฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

โปรดไปที่ แบตเตอรี่และพลังงาน Surface Pro และ Surface 3 เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฟังก์ชันการทำงานด้านการจัดการพลังงาน

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีจอแสดงผลในตัวซึ่งมีปรอทอยู่ ปริมาณรวมของปรอทอยู่ที่ X,X มก.

ไม่มีข้อมูล - ไม่มีปรอท

การปฏิบัติตาม Energy Star

energy-star

ENERGY STAR® เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมกับกระทรวงพลังงานแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อประหยัดเงินและปกป้องสิ่งแวดล้อมด้วยผลิตภัณฑ์และแนวปฏิบัติที่ประหยัดพลังงาน

ผลิตภัณฑ์ต่อไปนี้ได้รับการออกแบบและทดสอบเพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของโครงการ ENERGY STAR สำหรับคอมพิวเตอร์

Surface 3 และ Surface Pro 3

เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์ ENERGY STAR และใช้ประโยชน์จากคุณลักษณะการจัดการพลังงานของคอมพิวเตอร์ คุณสามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ การลดการใช้ไฟฟ้าสามารถทำให้ประหยัดเงิน มีสภาพแวดล้อมที่สะอาดขึ้น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ENERGY STAR โปรดไปที่:

http://www.energystar.gov

  • โปรดดูที่ตารางที่ 2 ข้างต้นสำหรับการตั้งค่าพลังงานและการจับเวลาเริ่มต้น
  • หากต้องการเรียก Surface กลับสู่การทำงานจากโหมดสลีป ให้กดปุ่มเปิด/ปิดเครื่องของ Surface ค้างไว้

ติดต่อเรา

Answer Desk
Answer Tech พร้อมให้ความช่วยเหลือคุณ
พูดคุยกับเจ้าหน้าที่แบบสด