| Select
License
เป็นโปรแกรมการจัดซื้อลิขสิทธิ์สำหรับองค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่
250 เครื่องขึ้นไป สามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ที่ต้องการ
ในราคาที่คุ้มค่าและรูปแบบการซื้อที่ยืดหยุ่น
และสะดวก โดยลูกค้าที่สามารถประมาณการการใช้ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ในระยะเวลา
3 ปี โดยการคิดคะแนนของผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่ม
Select License จะเป็นรูปแบบของโปรแกรมการจัดซื้อซอฟต์แวร์
ที่ลูกค้าองค์กรมีการเซ็นสัญญากับไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลา
3 ปี โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์จาก
ตัวแทนจำหน่ายสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ของไมโครซอฟท์
(Large Account Resellers: LAR) ได้ตลอดช่วงอายุของสัญญา
องค์กรประเภทใดที่ควรใช้
Select License
- องค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่
250 เครื่องขึ้นไป
- องค์กรธุรกิจข้ามชาติที่มีบริษัทในเครือ
สาขาจำนวนมาก ซึ่งแต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการที่อิสระ
โดยรับแนวนโยบายจากบริษัทแม่
- องค์กรธุรกิจขนาดกลางที่มีเครือข่ายการบริหารจัดการกระจายอยู่ทั่วไป
- องค์กรภาคการศึกษาหรือองค์กรภาครัฐ (รายละเอียดเพิ่มเติม)
สิทธิประโยชน์สำหรับการจัดซื้อลิขสิทธิ์แบบ
Select License
- เป็นการจัดซื้อที่ได้รับส่วนลดจากการสั่งซื้อจำนวนมาก
ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ในระยะเวลา
3 ปี ซึ่งจะทำให้ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ในราคาที่ต่ำกว่าแบบ
Open License
- ใน Select Agreement ลูกค้าสามารถรวมประมาณการการสั่งซื้อของสำนักงานสาขา
หรือบริษัทในเครือ เพื่อได้รับระดับราคาที่คุ้มค่ามากขึ้น
ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทในเครือตามที่ไมโครซอฟท์กำหนด
- ลูกค้าสามารถดาวน์โหลดซอฟแวร์ผ่านโปรแกรม Digital by Choice ได้ทาง Volume Licensing Service Center (VLSC) หรือ สั่งซื้อชุดซอฟต์แวร์สำหรับการติดตั้ง (Comprehensive Kits) หรือชุดอัพเดทผลิตภัณฑ์ (Subscription Kits) ผ่านตัวแทนจำหน่าย
- ไมโครซอฟท์ให้สิทธิในการทำสำเนาชุดซอฟท์แวร์ของโปรแกรม
Select License สำหรับองค์กร ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา
- สะดวกและง่ายในการจัดซื้อ เพียงท่านอ้างอิงหมายเลขสัญญา
และระดับราคาที่ได้รับ ท่านสามารถจัดซื้อผ่านตัวแทนจำหน่ายสำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่
(Large Account Reseller; LAR)
สามารถเลือกซื้อลิขสิทธิ์พร้อมแผนประกันการอัพเกรด
(Software Assurance: SA) ซึ่งจะทำให้ลูกค้าได้รับสิทธิในการใช้ซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุด
ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมรับสิทธิประโยชน์อื่น
ๆ จากแผนประกันการอัพเกรด เช่น e-Learning การสนับสนุนทางเทคนิค
ฯลฯ
ทั้งนี้การเลือกซื้อลิขสิทธิ์พร้อมแผนประกันการอัพเกรด
จะทำให้ลูกค้าได้รับสิทธิในการอัพเกรดมาใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดตลอดช่วงระยะเวลาที่สัญญา
Select license ครอบคลุมอยู่
ทางเลือกในการแบ่งชำระรายปี สำหรับลูกค้าที่เลือกซื้อลิขสิทธิ์พร้อมแผนประกันการอัพเกรด
(License & Software Assurance: L&SA)
ท่านสามารถเลือกการชำเงินรายปีได้ การแบ่งชำระรายปีนี้จะทำให้องค์กรของท่านประหยัดค่าใช้จ่ายจากการชำระเงินเต็มจำนวน
สิทธิประโยชน์ (เพิ่มเติม)
นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ข้างต้นแล้ว Select
License ยังให้ความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการ
การใช้งานผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์สำหรับองค์กรดังนี้
- สิทธิในการใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นต่ำกว่า
(Downgrade Rights)
สำหรับองค์กรที่ยังไม่มีความพร้อมในการใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุด
อาจจะด้วยสาเหตุต่างๆ เช่น ข้อจำกัดทางด้านฮาร์ดแวร์
ความเคยชินของผู้ใช้งาน โปรแกรม Select License
อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้งานผลิตภัณฑ์ในเวอร์ชันก่อนหน้านี้ได้
เช่น ลูกค้าที่ซื้อ Microsoft Office 2010
Standard Edition ผ่านทาง Select License
สามารถเลือกใช้งาน Microsoft Office 2007
Standard Edition ได้ ทั้งนี้ ลูกค้าจำเป็นต้องเลือกใช้เวอร์ชันใดเวอร์ชันหนึ่งต่อจำนวนลิขสิทธิ์ที่มี
1 ลิขสิทธิ์เท่านั้น
- สิทธิในการใช้งานข้ามภาษา (Cross
Language Rights)
ไมโครซอฟท์ได้อนุญาตให้องค์กรที่มี Select
License สามารถเลือกใช้งานข้ามภาษาได้ โดยไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้อใหม่
สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวกันที่มีระดับราคาต่ำกว่า
หรือเท่ากัน
- การบริหารจัดการซอฟต์แวร์
ข้อมูลรายละเอียดของสัญญา และรายการลิขสิทธิ์ภายใต้
Select License จะถูกบันทึกไว้ในระบบที่มีความปลอดภัย
ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ทาง Volume Licensing Service Center (VLSC) จากเว็ปไซต์
Volume Licensing Service Center (VLSC) ท่านสามารถตรวจสอบประวัติการสั่งซื้อ
ติดตามข้อมูลการจัดซื้อ และสถานะของสัญญา
โดยการอ้างอิงถึงเลขที่สัญญาของท่าน รวมทั้งรายละเอียดเพิ่มเติมในการแสดงหลักฐานพิสูจน์การมีลิขสิทธิ์ที่ถูกต้อง
การคิดราคาสำหรับลิขสิทธิ์แบบ
Select License
การคิดราคาตามการประมาณการใช้ซอฟต์แวร์ในระยะเวลา
3 ปี โดยลูกค้าจะประมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ในแต่ละกลุ่มในระยะเวลา
3 ปี ซึ่งไมโครซอฟท์จะเสนอราคาเป็น 4 ระดับ
โดยการคิดคะแนนของผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่ม ดังนี้
| ระดับราคา |
ปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่ม |
| A |
1,500 |
| B |
12,000 |
| C |
30,000 |
| D |
75,000 |
| ระดับราคา |
สิ้นปีที่
1 |
สิ้นปีที่
2 |
สิ้นปีที่
3 |
| A |
500
คะแนน |
1,000
คะแนน |
1,500
คะแนน |
| B |
4,000 คะแนน |
8,000 คะแนน |
12,000 คะแนน |
| C |
10,000 คะแนน |
20,000 คะแนน |
30,000 คะแนน |
| D |
25,000 คะแนน |
50,000 คะแนน |
75,000 คะแนน |
หากการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่มของลูกค้าเกินกว่า
1/3 ใน 12 เดือนแรก หรือ 2/3 ใน 24 เดือนไมโครซอฟท์จะทำการปรับระดับราคาของผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนั้นเป็นระดับราคาถัดไปที่ดีกว่า
(ถูกว่า)
เช่น จากระดับราคา A ไปเป็น B เช่นเดียวกัน
หากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มใดมีการสั่งซื้อน้อยกว่า
ก็จะมีการปรับระดับราคาขึ้น
โครงสร้างสัญญาของ Select
License
Select License เป็นโปรแกรมการจัดซื้อลิขสิทธิ์ที่ลูกค้าจะต้องเซ็นต์สัญญากับไมโครซอฟท์
โดยโครงสร้างของสัญญามี 3 ระดับ ดังนี้
- Microsoft Business and Service
Agreement (MBSA) เป็นสัญญาหลักระหว่างลูกค้าและไมโครซอฟท์
ที่ระบุเงื่อนไขและข้อกำหนดทั่วไป ซึ่งจะใช้เป็นแนวทางสำหรับทุกสัญญาที่เซ็นต์ภายใต้สัญญาหลักนี้
เงื่อนไขหลักนี้ เช่น การใช้และความเป็นเจ้าของ
การเก็บรักษาความลับ การรับประกัน และอื่น
ๆ โดยลูกค้าจำเป็นต้องเซ็นต์สัญญาหลักนี้ก่อนเซ็นต์
Microsoft Select Agreement
- Select agreement เป็นสัญญาที่ระบุรายละเอียดของลูกค้า
และข้อตกลงรวมทั้งข้อเสนอระดับราคาของแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าได้รับ
ระยะเวลาของ Select Agreement คือ 3 ปี
- Select Enrollment เป็นสัญญาที่ระบุรายละเอียดเบื้องต้นสำหรับการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์
เช่น บริษัทในเครือที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ภายใต้สัญญานี้ได้
ชื่อตัวแทนจำหน่ายไมโครซอฟท์สำหรับองค์กรขนาดใหญ่
(Large Account Reseller: LAR)
การรับผลิตภัณฑ์และดิสก์บรรจุซอฟต์แวร์
หลังจากทำสัญญาแล้ว ลูกค้าจะได้รับดิสก์บรรจุซอฟต์แวร์ชุด
Product Fulfillment ซึ่งประกอบด้วยซอฟต์แวร์ทางธุรกิจมากมาย
โดยซอฟต์แวร์ที่ได้รับจะขึ้นอยู่กับกลุ่มผลิตภัณฑ์และภาษาที่ระบุในสัญญาเท่านั้น
และเมื่อมีการอัพเดทซอฟต์แวร์ ไมโครซอฟท์จะจัดส่งชุด
Update ให้กับผู้ที่ระบุไว้ในสัญญาโดยอัตโนมัติ
ในกรณีที่ต้องการดิสก์บรรจุซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
ลูกค้าสามารถสั่งซื้อได้จากผู้แทนจำหน่ายของไมโครซอฟท์
ลูกค้า Select License สามารถใช้ซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นล่าสุดของไมโครซอฟท์ได้ทันทีที่ต้องการ
โดยจะต้องสั่งซื้อสิทธิการใช้งาน ณ สิ้นเดือนของเดือนที่ติดตั้งซอฟต์แวร์นั้น
จัดการสิทธิการใช้งานด้วยระบบออนไลน์ของ
VLSC
Volume Licensing Service Center (VLSC)
มีระบบออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับให้ลูกค้าตรวจสอบและบริหารสิทธิการใช้งานได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
เช่น Volume License Product Keys, สถานะของสัญญา
และข้อมูลการสั่งซื้อ ซึ่งคุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่
Volume Licensing Service Center (VLSC)
การต่ออายุสัญญา
คุณสามารถต่ออายุสัญญา Select License ได้ทีละ
1 หรือ 3 ปี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมศึกษาทางโทรศัพท์
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Microsoft Customer
Support Center ที่หมายเลขโทรศัพท์
0-2263-6888 |