Thailand   Change   |   All Microsoft Sites

ระบบ Web และ Application Platform

ระบบ Windows Server 2008 พร้อมด้วยระบบ Internet Information Services 7.0 (IIS 7.0) ช่วยให้คุณสามารถมีแพลตฟอร์มที่มีความปลอดภัยและใช้งานได้ง่ายสำหรับการพัฒนาและให้บริการโฮสต์แอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆบนเว็บ แต่นอกจากการเป็นเว็บเซิร์ฟเวอร์แล้ว ระบบ IIS 7.0 นับเป็นระบบเสริมหลักสำหรับ Windows Web platform และมีบทบาทอย่างมากในการรวมเทคโนโลยีด้านแพลตฟอร์มต่างๆ ของไมโครซอฟท์เข้าด้วยกัน ทั้งระบบ ASP.NET, ระบบ Windows Communication Foundation Web services และระบบ Windows SharePoint Services

ระบบ Web and Applications platform ของ Windows Server 2008 ช่วยให้คุณสามารถทำการติดตั้งและจัดการกับระบบต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงมีความสามารถและความปลอดภัยสูง และยังมีระบบแอพพลิเคชั่นและบริการต่างๆ สำหรับเว็บที่ปรับแต่งได้มากมาย

การปรับปรุงต่างๆใน Internet Information Services 7.0 (IIS 7.0)

ระบบของ IIS 7.0 มีความสามารถมากมายซึ่งช่วยให้ระบบโซลูชันของเว็บพัฒนารวมถึงติดตั้งและจัดการได้ง่ายมากขึ้น หากคุณต้องการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คุณสามารถเข้าไปที่ เว็บไซต์ของ Internet Information Services (IIS) Web site   การปรับปรุงต่างๆใน IIS 7.0 มีดังนี้

  • ระบบสถาปัตยกรรมแบบแยกองค์ประกอบ (Modular Architecture) ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถมีอำนาจจัดการกับเว็บเซิร์ฟเวอร์อย่างไม่เคยมีมาก่อน เนื่องจากระบบของ IIS 7.0 นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้าน IT สามารถปรับแต่งคุณสมบัติต่างๆได้ตามที่ตนเองต้องการทุกประการ ในเวอร์ชั่นนี้ ระบบ IIS นั้นได้รับการจำแนกออกเป็นโมดูลต่างๆ มากถึงกว่า 40 โมดูลซึ่งสามารถเลือกติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ได้ ทำให้สามารถลดโอกาสการถูกโจมตีจากภายนอกได้อย่างมาก ทั้งยังลดปริมาณความต้องการในการบันทึก footprint ของเซิร์ฟเวอร์อีกด้วย

  • ระบบ APIs โครงสร้างที่ยืดหยุ่นและสามารถปรับแต่งได้ของระบบ IIS 7.0 นั้นทำให้นักพัฒนาสามารถจัดการกำหนดรูปแบบเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนเองได้ คุณลักษณะต่างๆในแกนหลักของเว็บเซิร์ฟเวอร์ของ IIS 7.0 นั้นได้รับการออกแบบโดยใช้ชุดอินเทอร์เฟสใหม่ของ Web server APIs ซึ่งนักพัฒนาสามารถใช้เพื่อต่อเติม ปรับปรุง หรือเพิ่มคุณสมบัติต่างๆให้กับเว็บเซิร์ฟเวอร์ของตนได้ ระบบ API เหล่านี้มีทั้งในรูปแบบของเนทิฟ WIN32 APIs และระบบ .NET Framework APIs นอกจากนั้น นักพัฒนายังสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการพัฒนาได้ของ IIS 7.0 โดยการใช้งานฟังก์ชันเช่น ระบบ event logging, การปรับแต่งค่าต่างๆ และชุดเครื่องมือสำหรับผู้บริหาร เพื่อทำให้เกิดความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้งานในรูปแบบบุคคลที่สาม

  • โครงสร้างแม่แบบแบบรวมศูนย์ที่แจกจ่ายได้ ด้วยความสามารถด้านการจัดการที่มีประสิทธิภาพของระบบ IIS 7.0 จึงทำให้การติดตั้งและการจัดการกับเว็บแอพพลิเคชั่นทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้นักพัฒนาและผู้ดูแลระบบสามารถเก็บข้อมูลการกำหนดค่าต่างๆทั้งหมดของระบบ IIS และระบบ ASP.NET ได้ภายในไฟล์รูปแบบ XML เพียงไฟล์เดียว รวมถึงยังมีชุดคำสั่ง (managed code)ในการจัดการรวมทั้งระบบ API (managed code)ที่สำหรับการเข้าถึงข้อมูลและการกำหนดค่าต่างๆของเว็บแพลตฟอร์มทั้งหมด ระบบการกำหนดค่าแบบใหม่นี้สนับสนุนการแจกจ่ายการกำหนดค่าต่างๆ ซึ่งสามารถนำไปจัดเก็บไว้พร้อมกับข้อมูลเว็บไซต์หรือเนื้อหาแอพพลิเคชั่นด้วย

    การพัฒนาเหล่านี้ส่งผลอย่างมากต่อวิธีการตั้งค่าแอพพลิเคชั่นต่างๆและการติดตั้ง เมื่อการกำหนดค่าต่างๆของเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นไม่ได้ถูกผูกติดกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูล การตั้งค่าต่างๆจึงสามารถทำการคัดลอกและเคลื่อนย้ายจากที่ทำงานไปยังเซิร์ฟเวอร์ทดสอบ และเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้โดยง่าย และเมื่อมีการทำการสร้างเว็บแล้ว ผู้ดูแลก็สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลต่างๆผ่านเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ เพื่อหลีกเลี่ยงการทำการจำลองแบบซึ่งอาจจะผิดพลาดและมีต้นทุนสูง หรือการทำการซิงค์ระบบที่ผิดพลาด

  • เครื่องมือผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 มีชุดคำสั่งสำหรับผู้ดูแลจำนวนมากเพื่อช่วยให้การดูแลรักษาเว็บไซต์และแอพพลิเคชันทำได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบ IIS 7.0 มีระบบเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลระบบที่มาพร้อมหน้าจอ GUI แบบใหม่ พร้อมด้วยระบบเครื่องมือสำหรับชุดคำสั่ง ระบบ API แบบใหม่ และระบบ Windows Management Instrumentation (WMI) ใหม่ซึ่งช่วยในการจัดการกับการดูแลระบบต่างๆอย่างอัตโนมัติ ชุดเครื่องมือใหม่ทั้งหมดเหล่านี้สนับสนุนการดูแลและจัดการทั้งระบบ IIS และระบบ ASP.Net


    ระบบเครื่องมือสำหรับผู้ดูแลพร้อมด้วยหน้าจอ GUI แบบใหม่ใน IIS 7.0 มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการดูแลเว็บเซิร์ฟเวอร์ อีกทั้งยังสนับสนุนทั้งการตั้งค่าค่าระบบ IIS และ ASP.NET รวมถึงการตั้งค่า membership users และ role data รวมทั้ง runtime diagnostic information นอกจากนั้นยูสเซอร์อินเทอร์เฟสใหม่ยังช่วยให้ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์หรือมีหน้าที่ดูแลเว็บสามารถมอบหมายหน้าที่ในการดูแลและจัดการให้กับนักพัฒนา หรือเจ้าของเนื้อหาได้ด้วย ช่วยให้ลดต้นทุนในการเป็นเจ้าของและภาระในการดูแลและจัดการสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ทั้งยังสนับสนุนการเชื่อมต่อเข้ากับระบบ remote servers ผ่านเครือข่าย HTTP (ผ่านระบบ Firewalls) เพื่อทำงานได้ทั้งในสภาวะแวดล้อมแบบ dedicated environment หรือ shared hosting environment ก็ได้

  • ระบบการตรวจสอบปัญหาที่มีประสิทธิภาพ ระบบ IIS 7.0 ช่วยให้นักพัฒนาและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที สามารถตรวจสอบเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่มีปัญหาได้ง่ายยิ่งขึ้น ลดเวลาในการชะงักของระบบลง ระบบ IIS 7.0 จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัญหาขณะทำงานให้ผู้ดูแลระบบ (เช่น มีความต้องการใดบ้างที่กำลังทำงานอยู่ และทำงานมานานเท่าไรแล้ว มี URL ใดบ้างที่เกี่ยวข้อง มีไคลเอ็นต์ใดบ้างกำลังเรียกใช้งาน และสถานะของไคลเอ็นต์เหล่านั้นเป็นอย่างไร) นอกจากนั้น คุณยังสามารถกำหนดให้ระบบ IIS 7.0 สร้างบันทึกรายละเอียดต่างๆเมื่อมีการล้มเหลวในการร้องขอทำรายการได้ด้วย ซึ่งความสามารถของระบบวิเคราะห์นี้ก็สามารถพัฒนาต่อได้เช่นกัน ดังนั้นจึงสามารถสร้างรูปแบบการวิเคราะห์และใส่ลงในโมดูลเฉพาะได้

โดยสรุปแล้ว ระบบ IIS 7.0 นั้นออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณสามารถ

  • ทำการพัฒนา ติดตั้ง รวมถึงกำหนดค่าต่างๆของเว็บแอพพลิเคชั่นและบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น

  • ลดต้นทุนในการบริหารและจัดการโดยการจัดการวางโครงสร้างพื้นฐานเว็บให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • ลดความเสี่ยงโดยการใช้ระบบควบคุมที่มีความละเอียดและมีคุณภาพสูงกับระบบบันทึกข้อมูลของเซิร์ฟเวอร์

  • พัฒนาและใช้งานโซลูชันด้านเว็บที่มีประสิทธิภาพได้อย่างรวดเร็วด้วยโครงสร้างที่สามารถพัฒนาได้

  • ลดช่วงเวลาการหยุดทำงานของระบบ (Downtime) ด้วยการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว

บทบาทหน้าที่ใหม่ของ Application Server

ระบบ Application Server เป็นฟังก์ชันเสริมของเซิร์ฟเวอร์ในระบบ Windows Server 2008 ระบบ Application Server มีฟังก์ชันการใช้งานใหม่ทั้งหมด จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นสภาวะแวดล้อมในการติดตั้งและรันระบบแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจเฉพาะซึ่งได้รับการพัฒนาโดยระบบ Microsoft .NET Framework 3.0 องค์กรที่มีแอพพลิเคชันประเภท Line of Business (LOB) applications รวมถึงแอพพลิเคชั่นต่างๆซึ่งยังต้องการใช้งานระบบ Microsoft .NET Framework 3.0 ระบบ Message Queuing ระบบ COM+ หรือระบบการทำบัญชีต่างๆ อาจพบว่าการทำการติดตั้งสภาวะแวดล้อมในการโฮสต์แอพพลิเคชั่นเหล่านี้ทำได้ง่ายมากขึ้นด้วยระบบของ Application Server ใหม่นี้

คุณสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ Windows Server 2008 Technical Library: Application Server

ระบบ Windows Media Services 2008

ระบบ Windows Media Services เป็นตัวเลือกสนับสนุนสำหรับการติดตั้งโปรแกรมหลักสำหรับระบบ Windows Server 2008 ระบบ Windows Media Services 2008 เป็นระบบแพลตฟอร์มที่ช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณคุณภาพสูงสำหรับไฟล์ภาพและไฟล์เสียงไปยังผู้รับผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตหรืออินทราเนต ด้วยระบบของ Windows Media Services 2008 คุณสามารถทำการถ่ายทอดสัญญาณภาพและเสียงคุณภาพสูงไปยัง

  • เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆที่เล่นไฟล์ข้อมูลนั้นๆผ่านโปรแกรมมีเดีย เช่น โปรแกรม Windows Media Player

  • เครื่องคอมพิวเตอร์ที่รันระบบของ Windows Media Services ซึ่งทำการตั้งค่า proxy, ทำการแคช, หรือส่งต่อเนื้อหาและไฟล์ของคุณอีกทีหนึ่ง

  • แอพพลิเคชันเฉพาะต่างๆที่ได้รับการพัฒนาโดยใช้เครื่องมือของ Windows Media Software Development Kit (SDK)

ระบบ Windows Media Services ช่วยให้คุณสามารถทำการถ่ายทอดสัญญาณได้อย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยระบบโปรแกรมที่มีความคล่องตัวสำหรับการถ่ายทอดสัญญาณที่รวดเร็วและเหมาะกับตัวคุณ รวมถึงแพลตฟอร์มที่ให้คุณภาพสัญญาณระดับสูง พร้อมด้วยการควบคุมที่สะดวกสบายและสามารถปรับแต่งได้

หากคุณต้องการรายละเอียดเพิ่ม กรุณาเข้าไปยังเว็บไซต์ของ Windows Media Services 2008